ย้อนปม-หลักฐานคดีฆาตกรรม "บิลลี่"

ย้อนปม-หลักฐานคดีฆาตกรรม "บิลลี่"

ย้อนปม-หลักฐานคดีฆาตกรรม "บิลลี่"

รูปข่าว : ย้อนปม-หลักฐานคดีฆาตกรรม "บิลลี่"

คดีการหายตัวไปของ "บิลลี่" ผ่านมาถึง 8 ปี ช่วงแรก ๆ ของการสอบสวนแทบไม่มีหลักฐานยืนยันว่าถูกฆาตกรรมหรือไม่ มีเพียงร่องรอยสุดท้ายในวันที่หายตัวไป กระทั่งพบหลักฐานสำคัญ อาจยืนยันว่าเขาถูกสังหาร-เผาภายในเขตอุทยานฯ แก่งกระจาน

หลักฐานที่อาจเป็นจุดเปลี่ยนให้การหายตัวไปของนายพอละจี รักจงเจริญ หรือบิลลี่ แกนนำกะเหรี่ยงบ้านโป่งลึกบางกลอย กลายเป็นคดีฆาตกรรม เมื่อกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ใช้โดรนใต้น้ำ ตรวจพบถังน้ำมันขนาด 200 ลิตร 1 ถัง บริเวณใต้สะพานแขวนในเขื่อนแก่งกระจาน ไม่ห่างจากที่ทำการอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน

 

ภายในถังน้ำมันที่คล้ายผ่านร่องรอยถูกเผาไหม้ มีทั้งเหล็กเส้น 2 เส้น, ถ่านไม้ 4 ชิ้น และเศษฝาถังน้ำมัน ยิ่งตอกย้ำว่า อาจกลายเป็นคดีฆ่าแล้วเผา เมื่อมีผลตรวจจากสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ พิสูจน์พบว่า เศษวัตถุในถังไม่กี่ชิ้น ในจำนวนนั้นเป็นชิ้นส่วนกระดูกกะโหลกศีรษะข้างซ้ายของมนุษย์ มีรอยไหม้ ร่วมกับรอยแตกร้าวและการหดตัวของกระดูกจากการถูกความร้อนที่อุณหภูมิ ไม่น้อยกว่า 200-300 องศาเซลเซียส สอดคล้องกับถังน้ำมันใบนี้ที่พบว่ารอยผุกร่อน เพราะเกิดขึ้นจากการเผาไหม้

 

ดีเอสไอ พลิกแฟ้มบุคคลสูญหายและเชื่อมโยงกับเครือญาติของ “บิลลี่” เมื่อตรวจชิ้นส่วนของกระดูกเทียบกับสารพันธุกรรมคนในครอบครัว จึงพบว่า กระดูกของผู้เสียชีวิตตรงกับพันธุกรรมแม่บิลลี่

 

ขณะที่บันทึกฉบับสุดท้ายของ “บิลลี่” เขียนด้วยลายมือเพื่อเตรียมยื่นถวายฎีกา เรียกร้องสิทธิและการดำรงอยู่ของกลุ่มชาติพันธุ์กะเหรี่ยงกับผืนป่าแก่งกระจาน หลังเกิดความขัดแย้ง เมื่อเจ้าหน้าที่รัฐและเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติ ผลักดันให้ย้ายที่ทำกิน จนกระทั่งเหตุการณ์บานปลาย เจ้าหน้าที่เผาบ้าน เผายุ้งข้าว และทำลายพืชผลการเกษตร รวมทั้งจับกุมแจ้งข้อกล่าวหาครอบครองอาวุธ

 

ยังไม่ทันยื่นจดหมายถวายฎีกา วันที่ 17 เม.ย.2557 “บิลลี่” หายตัวไปที่ด่านมะเร็ว อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน หลังจากถูกเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติควบคุมตัวในข้อหามีน้ำผึ้งป่าไว้ในครอบครอง

ส่วนหนึ่งในบันทึกสอบสวนจากคำให้การพยานและกล้องวงจรปิด เวลา 15.00 น. หัวหน้าหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ควบคุมตัวนายบิลลี่ที่ด่านเขามะเร็ว หลังตรวจพบน้ำผึ้งป่า 6 ขวดอยู่ในกระเป๋าเป้ และวิทยุแจ้งให้หัวหน้าอุทยานฯ รับตัวไปดำเนินคดี เวลา 17.00 น.วันเดียวกัน นายบิลลี่ถูกควบคุมตัวขึ้นรถกระบะไปสอบสวนและเปรียบเทียบปรับ ณ ที่ทำการอุทยานฯ

ในรถมีหัวหน้าอุทยาน ซึ่งขณะนั้นคนขับรถ และบิลลี่ นั่งที่เบาะแคปตอนหลังของรถระบะ มีเจ้าหน้าที่ 1 คนนั่งประกบ ส่วนตอนท้ายกระบะมีหลักฐาน ประกอบด้วย ขวดน้ำผึ้ง รถจักรยานยนต์ของบิลลี่ และเจ้าหน้าที่อุทยานฯ อีก 1 คน โดยมีคำให้การจากนักศึกษาฝึกงานที่อาจเป็นพยานสำคัญ เพราะให้การ 2 ครั้งไม่ตรงกัน ทั้งในพนักงานสอบสวนและในชั้นศาล ซึ่งสาระสำคัญในคำให้การ คือ ไม่เห็นเหตุการณ์ขณะปล่อยตัวบิลลี่

ส่วนภาพจากกล้องวงจรปิด ร้านค้าเส้นทางผ่านอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน บันทึกภาพในเวลาประมาณ 20.00 น. ปรากฏภาพรถเจ้าหน้าที่อุทยานฯ 1 คัน ขับออกมาจากบ้านพักของเจ้าหน้าที่ หลังจากคืนนั้นไม่มีใครพบเห็นบิลลี่อีก

 

กลับขึ้นด้านบน