"รองแม่ทัพน้อยที่ 4" สรุปป่วนใต้ 19 จุด เป็นกลุ่มเดียวกัน เร่งวิเคราะห์เหตุจูงใจ

"รองแม่ทัพน้อยที่ 4" สรุปป่วนใต้ 19 จุด เป็นกลุ่มเดียวกัน เร่งวิเคราะห์เหตุจูงใจ

"รองแม่ทัพน้อยที่ 4" สรุปป่วนใต้ 19 จุด เป็นกลุ่มเดียวกัน เร่งวิเคราะห์เหตุจูงใจ

รูปข่าว : "รองแม่ทัพน้อยที่ 4" สรุปป่วนใต้ 19 จุด เป็นกลุ่มเดียวกัน เร่งวิเคราะห์เหตุจูงใจ

รองแม่ทัพน้อยที่ 4 ระบุเหตุระเบิดร้านสะดวกซื้อและปั๊มน้ำมัน 3 จังหวัดภาคใต้ รวม 19 จุด เป็นฝีมือของผู้ก่อเหตุกลุ่มเดียวกัน หวังทำลายระบบเศรษฐกิจ แต่เลี่ยงการเสียชีวิตของเจ้าหน้าที่และประชาชน ขอเวลารวบรวมวิเคราะห์หลักฐาน หาเหตุจูงใจและกลุ่มก่อเหตุ

วันนี้ (17 ส.ค.2565) พล.ต.ปราโมทย์ พรหมอินทร์ รองแม่ทัพน้อยที่ 4 และรองผู้อำนวยการกองรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า (กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า) เปิดเผยถึงเหตุการณ์ความไม่สงบใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ว่า เกิดเหตุวางระเบิดร้านสะดวกซื้อและปั๊มน้ำมันทั้งหมด 19 จุด โดยแบ่งเป็น จ.ยะลา 6 จุด จ.ปัตตานี 3 จุด และ จ.นราธิวาส 10 จุด

ทั้ง 19 จุด มีลักษณะการก่อเหตุคล้ายกัน โดยผู้ก่อเหตุแต่งตัวอำพรางแบบผู้หญิง บางส่วนใช้รถจักรยานยนต์เป็นยานพาหนะ บางส่วนลัดเลาะเข้ามาในพื้นที่ ก่อเหตุโดยขว้างระเบิดใส่เป้าหมาย และไล่พนักงานร้านสะดวกซื้อออกจากพื้นที่ ใช้ระเบิดเพลิง ยกเว้นปั๊มน้ำมันบางจากที่ อ.หนองจิก จ.ปัตตานี ใช้ระเบิดแสวงเครื่องบรรจุในถังแก๊สปิคนิค วางระเบิดที่รถบรรทุกน้ำมัน ซึ่งอยู่ติดกับหัวจ่ายน้ำมัน ทำให้ได้รับความเสียหายเป็นจำนวนมาก

การก่อเหตุครั้งนี้ ลักษณะไม่แตกต่างจากทุกครั้งที่ผ่านมา เพียงแต่เป้าหมายครั้งนี้ มุ่งเป้าโจมตีร้านสะดวกซื้อเป็นหลัก และเลี่ยงความสูญเสียในชีวิตของพนักงาน

พล.ต.ปราโมทย์ กล่าวว่า การก่อเหตุครั้งนี้เป็นกลุ่มเดียวกัน มีการวางแผนแบบรวมการ และมีการปฏิบัติแยกกระจายกันหลายพื้นที่ น่าจะมีผู้ร่วมปฏิบัติการไม่ต่ำกว่า 50 คน ทั้งนี้ ในการพิสูจน์ทราบกลุ่มผู้ก่อเหตุ ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตรวจสอบหลักฐานต่าง ๆ ทั้งยานพาหนะในการก่อเหตุ วัตถุพยาน และการพิสูจน์บุคคล ที่ขณะนี้ได้รวบรวมภาพจากกล้องวงจรปิด และอยู่ระหว่างการวิเคราะห์

ถ้ารวบรวมรายละเอียดทั้งหมดได้ ก็จะสามารถรู้ตัวผู้ก่อเหตุ และจะรู้ว่าเป็นฝีมือของกลุ่มใด

พล.ต.ปราโมทย์ ระบุว่า เมื่อวันที่ 1-2 ส.ค.ที่ผ่านมา มีการพูดคุยเพื่อสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้ครั้งล่าสุด โดยมีการเสนอเข้าพรรษาสันติสุข แต่ไม่ได้การตอบรับที่ดี หลังการพูดคุยก็มีการก่อเหตุรอบใหม่เกิดขึ้น มีการพุ่งเป้าไปที่กลุ่มเป้าหมายเปาะบาง เช่น พื้นที่ไทยพุทธ สถานที่ท่องเที่ยว รถไฟ จนมาถึงร้านสะดวกซื้อและปั๊มน้ำมันในครั้งนี้

อย่างไรก็ตาม เป้าหมายในการทำลายระบบเศรษฐกิจเป็นเป้าหมายเดิมที่ผู้ก่อเหตุทำมาตลอด 18 ปี แต่ครั้งนี้มีสิ่งผิดปกติคือ กลุ่มผู้ก่อเหตุเลือกสร้างความสูญเสียแค่ทรัพย์สิน ไม่ทำร้ายประชาชน และไม่สกัดการเข้าพื้นที่ของเจ้าหน้าที่ ซึ่งเรื่องนี้ต้องตรวจสอบข้อมูลเชิงลึกต่อไป

ขณะเดียวกัน พล.อ.สุพจน์ มาลานิยม เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ ขอให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเจ้าของกิจการร้านค้าที่ถูกก่อเหตุด้วย ว่ามีใครบ้าง มีความเชื่อมโยงกันอย่างไร และมีผลประโยชน์ทับซ้อนในทางการเมืองอย่างไร

ขอเวลาเจ้าหน้าที่ตรวจสอบอย่างละเอียด มันอาจจะมีปัจจัยอย่างอื่นที่เราคาดไม่ถึงเกิดขึ้นก็ได้

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

กอ.รมน.ภาค 4 ปรับแผนกระชับเขตเมืองหลังเหตุป่วนใต้

ลอบวางระเบิด-วางเพลิงหลายจุดในพื้นที่ 3 จังหวัดภาคใต้

 

 

กลับขึ้นด้านบน