"สาย 8 โฉมใหม่ EV" ล็อตแรก 40 คัน เริ่มให้บริการ 20 ส.ค.นี้

"สาย 8 โฉมใหม่ EV" ล็อตแรก 40 คัน เริ่มให้บริการ 20 ส.ค.นี้

"สาย 8 โฉมใหม่ EV" ล็อตแรก 40 คัน เริ่มให้บริการ 20 ส.ค.นี้

รูปข่าว : "สาย 8 โฉมใหม่ EV" ล็อตแรก 40 คัน เริ่มให้บริการ 20 ส.ค.นี้

เปิดตัวรถเมล์ EV สาย 2-38 หรือสาย 8 เดิม เริ่มวิ่งให้บริการล็อตแรก 40 คัน พรุ่งนี้ (20 ส.ค. ) ค่าโดยสารราคาเดิม 15, 20 และ 25 บาท ขณะที่คมนาคมตั้งเป้าภายใน 3 ปี เปลี่ยนรถร้อนมาเป็นรถปรับอากาศใช้พลังงานไฟฟ้า​

วันนี้ (19 ส.ค.2565) บริษัท ไทย สมายล์ บัส จำกัด ผู้ให้บริการรถโดยสารพลังงานไฟฟ้า ได้เปิดการให้บริการรถโดยสารพลังงานไฟฟ้า สาย 8 (2-38) ในคอนเซ็ปต์ “We Come To Change Fast 8 To Feel Good เรามาเพื่อเปลี่ยนความรู้สึกให้ดีขึ้น” 

นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม กล่าวว่า​ เป้าหมายการเปิดให้บริการ​ คือ การบรรจุรถขนส่งสาธารณะ​ที่ใช้พลังงานไฟฟ้า​ 1,250 คัน​ ภายในเดือน ธ.ค.​นี้​

ส่วนอัตราค่าโดยสาร​จะเท่ากับอดีต 15-25 บาท ตามระยะทาง​ และจะมีการจำหน่ายบัตรโดยสาร หรืออี-ทิกเก็ต หากเดินทางในวันนั้นครบ​ 40 บาท เฉพาะกลุ่มบริษัทไทย​ สมายล์​ บัส​ ไม่ต้องจ่าย​เพิ่ม​ ​และยังสามารถใช้บัตรสวัสดิการ​แห่งรัฐได้​ด้วย

 

ขณะที่อนาคตผู้ประกอบการจะใช้ AI ช่วยบริหารจัดการการเดินรถ​ เช่น เรื่องเวลา​ หรือแม้แต่จำนวนที่นั่งว่างว่าเหลือเท่าใด​ เพื่อดูความต้องการใช้งานในแต่ละช่วงเวลา​ และการบริหารจัดการการเดินรถ

นอกจากนี้ ผู้ประกอบการเอกชนยังเสนอขอเชื่อมต่อระบบอื่น ๆ​ เช่น​ รถไฟทางไกล​ เรือ​ รถไฟฟ้า​ โดยกระทรวงคมนาคม​ มีแผน​ว่าภายใน 3 ปี จะเปลี่ยนจากรถร้อนมาเป็นรถปรับอากาศที่ใช้พลังงานไฟฟ้า​ มีการออกแบบเพื่อผู้พิการ​ บัตรโดยสารระบบอิเล็กทรอนิกส์​

 

หลังจากนี้จะมีการประเมินผล​ 60 วัน ว่า จะสามารถตอบ​โจทย์​ความต้องการประชาชนได้หรือไม่ พร้อมสั่งการประชาสัมพันธ์​ให้ประชาชนรับทราบเรื่องเส้นทางและการเปลี่ยนหมายเลขรถเมล์​ และเตรียมเสนอให้นายกรัฐมนตรี​เป็นประธานเปิดเมื่อครบ​ 237 เส้นทางอีกครั้ง ขณะที่ปัจจุบัน​ยังมีสาย​ 8 เดิมที่ยังให้บริการอยู่ และจะหมดสัญญา​สัมปทานในปี​ 2566

 

ด้าน น.ส.กุลพรภัสร์ วงศ์มาจารภิญญา ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท ไทย สมายล์ บัส จำกัด เปิดเผยว่า เป็นรถโดยสารพลังงานไฟฟ้าในเฟสแรกมีทั้งสิ้น 153 คัน จะทยอยนำมาใช้ล็อตแรก 40 คัน เริ่มวิ่งวันพรุ่งนี้ (20 ส.ค.) และจะนำออกมาวิ่งครบทั้งหมดภายในเดือน ส.ค.นี้ พร้อมติดตั้งตู้ชาร์ตแบบฟาสต์ชาร์ต กำลังไฟ 310 กิโลวัตต์ชั่วโมง

ชาร์ตหนึ่งครั้ง ใช้เวลา 1.40 ชั่วโมง วิ่งได้ 4 รอบ 280 กิโลเมตรต่อวัน ซึ่งมีกระจายตามอู่ต่าง ๆ ทั้ง 8 อู่ อู่ละ 20 หัวชาร์ต ครอบคลุม 71 เส้นทางที่บริษัทฯ ได้รับสัมปทาน มีแผนเปิดให้บริการภายในปี 2565

 

ทั้งนี้ รถทุกคันได้ติดตั้งเครื่องเก็บค่าโดยสารแบบอี-ทิกเก็ต ซึ่งจะเริ่มใช้ 100 % ได้เดือนหน้า (ก.ย.) ควบคู่กับการใช้เงินสด โดยเป็นการเติมเงินไม่จำกัดขั้นต่ำ ผ่านระบบที่บริษัทพัฒนาขึ้นมาเอง เพื่อเตรียมพร้อมเชื่อมต่อการเดินทางแบบระบบเครือข่าย “รถ-เรือ-ราง” ครบวงจร ควบคู่ไปกับการฝึกอบรมพนักงานขับรถ ซึ่งเรียกว่ากัปตันเมล์ และพนักงานต้อนรับบนรถโดยสาร ที่เรียกว่าบัสโฮสเตสให้มีความรู้ ความชำนาญในเส้นทาง คำนึงถึงความปลอดภัย ด้วยสโลแกน “เดินทางด้วยรอยยิ้ม ใส่ใจสิ่งแวดล้อม ” โดยเก็บค่าโดยสารตามเดิม คือ 15 , 20 และ 25 บาท

นอกจากนี้ ได้รับพนักงานจากสาย 8 เดิม มาทำงานด้วยประมาณร้อยละ 15 ซึ่งผ่านการอบรม เพราะบางส่วนยังทำงานกับรถเมล์ร้อนที่ยังให้บริการอยู่

 

นายทวีศักดิ์​ แสงเงิน​ พนักงานขับรถ​ กล่าวว่า​ ก่อนหน้านี้ได้ขับรถอยู่กับสาย​ 8 เดิม​ ยอมรับว่า มีพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม​และขับรถเร็ว​ แต่เมื่อเปลี่ยนเป็นสายใหม่ มีการอบรม​และมีข้อกำหนดพนักงานห้ามใช้ความเร็วเกิน​ 60 กิโลเมตรต่อชั่วโมง, ขับรถชิดซ้ายจอดตรงป้าย​ หากผิดกฎจะถูกหักเงินเดือน พร้อมขอโอกาสจากประชาชนในการใช้บริการ​ ​ยืนยันว่า​ จะไม่ขับรถและให้บริการแบบเดิม​แน่นอน

สำหรับรถเมล์สาย​ 2-38 แฮปปี้แลนด์-สะพานพุทธฯ​ เป็นรถพลังงานไฟฟ้าภายในตัวรถมี​ 31 ที่นั่ง​ มีอุปกรณ์ป้องกันความปลอดภัย​ ประตูฉุกเฉิน​ ที่นั่งสำหรับวีลแชร์​

 

กลับขึ้นด้านบน