นศ.ขบวนการประชาธิปไตยใหม่ แถลงการณ์ขยายพื้นที่เคลื่อนไหว

นศ.ขบวนการประชาธิปไตยใหม่ แถลงการณ์ขยายพื้นที่เคลื่อนไหว

นศ.ขบวนการประชาธิปไตยใหม่ แถลงการณ์ขยายพื้นที่เคลื่อนไหว

รูปข่าว : นศ.ขบวนการประชาธิปไตยใหม่ แถลงการณ์ขยายพื้นที่เคลื่อนไหว

นศ.ขบวนการประชาธิปไตยใหม่ แถลงการณ์ขยายพื้นที่เคลื่อนไหว นศ.ขบวนการประชาธิปไตยใหม่ แถลงการณ์หลังออกจากเรือนจำระบุการปล่อยตัวของศาลทหารไม่ใช่ความเป็นธรรม แต่ไม่ชอบธรรมตั้งแต่ถูกออกหมายจับและคุมขังโดยไม่มีการสอบสวนภายใต้อำนาจของมาตรา 44 และคุมขังโดยไม่มีการสอบสวน พร้อมประกาศเคลื่อนไหวไปยังทุกภูมิภาค ด้านผู้บัญชาการทหารบก กล่าวย้ำที่จะเดินหน้าทำความเข้าใจอย่างต่อเนื่องด้วยการใช้วิธีการพูดคุย

วันนี้ (9 ก.ค.2558) เมื่อเวลาประมาณ 15.00 น. ที่อาคารโดมบริหาร มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต นักศึกษาขบวนการประชาธิปไตยใหม่ได้ออกแถลงการณ์ต่อกรณีศาลทหารยกคำร้องฝากขังผลัดที่สอง นักศึกษาและนักกิจกรรมขบวนการประชาธิปไตยใหม่ 14 คน วานนี้ ระบุการคุมขังนักศึกษา 14 คน ตั้งแต่คืนวันที่ 26 มิ.ย.จนถึงวันที่ 8 ก.ค.เป็นเวลา 12 วัน เป็นการกระทำที่ขัดต่อหลักสิทธิมนุษยชนและสิทธิพลเมือง เนื่องจากเป็นการฝากขังโดยไม่มีการสอบสวน การยกคำร้องฝากขังในผลัดที่สองของศาลทหาร ไม่ได้เป็นการให้ความเป็นธรรม การเข้าจับกุมโดยไม่แสดงตัวและหมายจับ และการฝากขังโดยไม่มีการสอบสวน ภายใต้การใช้อำนาจของมาตรา 44 เป็นความไม่ชอบธรรมตั้งแต่ต้น เป็นเหตุให้นักศึกษา 14 คน สูญเสียอิสรภาพ

นอกจากนี้ยังเชิญชวนให้สาธารณะร่วมกันเรียกร้องให้ คสช.ยกเลิกการใช้มาตรา 44 ของรัฐธรรมนูญชั่วคราว พ.ศ.2557 เพราะไม่อาจเรียกได้ว่าเป็นกฎหมาย แต่เป็นสิ่งที่ขัดต่อสิทธิเสรีภาพของประชาชนในการพูดถึงปัญหาต่างๆที่ประชาชนได้รับ พร้อมประกาศว่าขบวนการประชาธิปไตยใหม่จะยังคงเคลื่อนไหวต่อร่วมกับชาวบ้านในพื้นที่ ทั้งกรุงเทพมหานครและต่างจังหวัด

ส่วนความเคลื่อนไหวของฟากรัฐบาล-คสช. วันนี้ พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม และผู้บัญชาการทหารบก กล่าวย้ำว่าจะใช้วิธีการทำความเข้าใจอย่างต่อเนื่องด้วยการพูดคุยกับนักศึกษาและกลุ่มที่เห็นต่าง

"การแก้ไขต้องพยายามสร้างความเข้าใจให้ได้ เราไม่มีสิทธิที่จะไปโกรธใครและรัฐบาลก็ใจเย็นที่จะต้องแก้ปัญหาให้ได้ ถ้าบอกว่าทำต่อไปผมก็จะพยายามทำให้ท่านเข้าใจให้ได้ พยายามให้ท่านร่วมมือให้ได้ เพราะว่าถ้าไม่ได้ประเทศชาติก็พัง" พล.อ.อุดมเดช ระบุ


กลับขึ้นด้านบน