ศาลปกครองกลางไต่สวนคดีไทยทีวีฟ้อง กสทช.

ศาลปกครองกลางไต่สวนคดีไทยทีวีฟ้อง กสทช.

ศาลปกครองกลางไต่สวนคดีไทยทีวีฟ้อง กสทช.

รูปข่าว : ศาลปกครองกลางไต่สวนคดีไทยทีวีฟ้อง กสทช.

ศาลปกครองกลางไต่สวนคดีไทยทีวีฟ้อง กสทช. ศาลปกครองกลางนัดไต่สวนคดีไทยทีวีฟ้อง กสทช.ขอยกเลิกทำช่องทีวีดิจิทัล พร้อมเรียกค่าเสียหายกว่า 700 ล้านบาท

วันนี้ (9 ก.ค.2558) เวลา 13.30 น. ศาลปกครองกลางเริ่มนัดไต่สวนคดีที่บริษัท ไทยทีวี จำกัด ผู้รับใบอนุญาตจาก กสทช. เพื่อประกอบกิจการทีวีดิจิทัล ช่อง "ไทยทีวี" และ "โลก้า"  ซึ่งได้ยื่นฟ้องคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม (กสทช.) เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2558 โดยการยื่นฟ้องดังกล่าว สืบเนื่องจากสำนักงาน กสทช.มีคำสั่งให้บริษัทไทยทีวีชำระเงินค่าธรรมเนียมใบอนุญาตใช้คลื่นความถี่ทีวีดิจิทัลรายปีกว่า 1,600 ล้านบาท ภายหลังจากที่บริษัทไทยทีวีขอถอนใบอนุญาต เนื่องจาก กสทช.ปฏิบัติงานไม่เป็นไปตามแผนงานการเปลี่ยนผ่านระบบแอนะล็อกไปสู่ระบบทีวีดิจิทัล ตามแผนแม่บท กสทช.ปี 2555-2558 และขอให้ศาลมีคำสั่งให้ กสทช.เพิกถอนคำสั่งชำระเงินค่าธรรมเนียม รวมทั้งยังขอชดเชยค่าเสียหายให้กับบริษัทไทยทีวีเป็นเงินกว่า 700 ล้านบาท
 
โดยวันนี้ ทางสำนักงาน กสทช.ได้มอบหมายให้นายสมบัติ ลีลาพตะ ผู้อำนวยการกลุ่มงานกฎหมายกระจายเสียงและโทรทัศน์ รักษาการรองเลขาธิการ กสทช.เป็นผู้เข้าชี้แจงในฐานะผู้ถูกฟ้อง และมี น.ส.สุภิญญา กลางณรงค์ กรรมการ กสทช.ร่วมรับฟังด้วย ส่วนทางด้านบริษัทไทยทีวีได้มอบหมายให้ทีมทนายความผู้รับมอบอำนาจ เข้าชี้แจงแทน ได้แก่ นายเฉลิมพงษ์ กลับดี, นายสุชาติ ชมกุล และ น.ส.ดลณภา คำสอน ในฐานะผู้ฟ้อง ให้ข้อมูลต่อศาลปกครอง ซึ่งการไต่สวนวันนี้ เพื่อจะพิจารณาว่าศาลจะมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวตามที่บริษัทไทยทีวีร้องขอหรือไม่
 
สำหรับประเด็นที่บริษัทไทยทีวียื่นฟ้องขอให้มีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวมี 7 ประเด็นได้แก่ 1.ขอให้ศาลพิพากษา หรือเพิกถอนหนังสือ คำสั่ง กสทช.ที่กำหนดให้จ่ายค่าธรรมเนียมใบอนุญาตรายปี และค่าธรรมเนียมใช้คลื่นความถี่, 2. ขอศาลมีคำพิพากษา หรือคำสั่งห้าม กสทช. ผู้ถูกฟ้อง ดำเนินการใดๆ เพื่อบังคับหนังสือค้ำประกัน (แบงค์การันตี) ของธนาคารกรุงเทพ, 3. ขอให้ศาลพิพากษาให้ผู้ถูกฟ้อง คืนแบงค์การันตี จำนวน 16 ฉบับ, 4. ขอให้ กสทช.คืนเงินค่าธรรมเนียมใช้คลื่นความถี่ที่ไทยทีวีจ่ายไปแล้วกว่า 365 ล้านบาทพร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5  ต่อปี นับจากวันฟ้อง, 5. ขอให้ กสทช.จ่ายค่าเสียหายให้ไทยทีวีกว่า 713 ล้านบาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5  ต่อปี นับจากวันฟ้อง, 6. ขอให้คำสั่งของ กสทช.ที่สั่งให้จัดประมูลช่องทีวีดิจิทัล ประเภทธุรกิจ เป็นโมฆะ และ 7. ขอให้ กสทช.ชดใช้ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งหมดแทนไทยทีวี


กลับขึ้นด้านบน