"พล.อ.ประยุทธ์" แถลงผลงานรอบ 6 เดือน-ยืนยันไม่มีเจตนาสืบทอดอำนาจ

"พล.อ.ประยุทธ์" แถลงผลงานรอบ 6 เดือน-ยืนยันไม่มีเจตนาสืบทอดอำนาจ

"พล.อ.ประยุทธ์" แถลงผลงานรอบ 6 เดือน-ยืนยันไม่มีเจตนาสืบทอดอำนาจ

รูปข่าว : "พล.อ.ประยุทธ์" แถลงผลงานรอบ 6 เดือน-ยืนยันไม่มีเจตนาสืบทอดอำนาจ

การแถลงผลงานรัฐบาลรอบ 6 เดือนวันนี้ (17 เม.ย.2558) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวว่ารัฐบาลให้ความสำคัญกับการขับเคลื่อนนโยบายทั้ง 11 ด้านที่แถลงไว้ต่อสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ซึ่งหลายด้านมีความคืบหน้าทั้งการจัดระเบียบสังคม การกระตุ้นเศรษฐกิจ ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ นายกฯ ย้ำด้วยว่าจะเดินตามโรดแมป 3 ระยะที่วางไว้ โดยไม่มีเจตนาที่จะสืบทอดอำนาจ พร้อมกับยืนยันถึงความจำเป็นในการใช้อำนาจเด็ดขาดในการบริหารราชการแผ่นดิน

พล.อ.ประยุทธ์ ใช้เวลา 1 ชั่วโมง 30 นาทีในการแถลงผลงานรัฐบาลในรอบ 6 เดือน ซึ่งนอกจากจะรายงานความคืบหน้าการดำเนินงานตามนโยบายทั้ง 11 ด้านที่รัฐบาลได้เสนอไว้ต่อสนช.แล้ว นายกรัฐมนตรียังได้ชี้แจงถึงแนวทางการบริหารแผ่นดินในช่วงต่อจากนี้ว่าจะเดินหน้าตามโรดแมป 3 ระยะที่วางไว้ ซึ่งหากร่างรัฐธรรมนูญผ่านความเห็นชอบและมีผลใช้บังคับ ก็จะนำไปสู่การเลือกตั้งทั่วไป

ในตอนต้นของการแถลงผลงาน นายกฯ ยืนยันว่าตนไม่มีเจตนาจะสืบทอดอำนาจ แต่กรอบเวลาตามโรดแมปที่กำหนดไว้ต้องอ้างอิงกับสถานการณ์บ้านเมืองด้วย

"อย่ามาหาว่าผมดึงเวลาเพื่ออยู่ต่อ เพื่อใช้อำนาจ ไม่ใช่ สถานการณ์ขณะนี้อยู่ที่ประชาชนทั้งประเทศว่าท่านจะเอายังไง ท่านจะให้กลับไปที่เก่าหรือไม่ ถ้าไม่ให้กลับไปที่เก่า รัฐธรรมนูญก็ต้องมีบทเฉพาะกาลที่เปลี่ยนแปลงไปบ้าง ไม่อย่างนั้นก็กลับไปเหมือนเดิม แล้วท่านรับประกันได้หรือไม่ว่าบ้านเมืองจะเรียบร้อย ในส่วนของเงื่อนไขเวลาต่างๆ ที่วางไว้ทั้งหมด ผมก็ไม่เคยไปเปลี่ยนแปลงตรงนั้น แต่มันต้องขึ้นอยู่กับสถานการณ์ และผมยืนยันว่าผมไม่ได้ต้องการที่จะอยู่ในอำนาจเพื่อแสวงหาประโยชน์ใดๆ ทั้งสิ้น ไม่เคยได้ประโยชน์สักอย่าง" พล.อ.ประยุทธ์กล่าว

นายกฯ ยังชี้แจงถึงการบริหารประเทศด้วยการใช้อำนาจเด็ดขาดเพื่อขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศให้เป็นผล โดยเชื่อมั่นว่าแนวทางการบริหารราชการได้รับการยอมรับจากคนส่วนใหญ่

"วันนี้ถึงแม้จะมีคนบอกว่ารัฐบาลใช้อำนาจในทางที่ดุเดือดไปหน่อย เด็ดขาดไปหน่อย ผมขอถามว่าผมใช้อำนาจเพื่อให้บ้านเมืองเดินหน้าไปได้แล้วมันจะเป็นยังไง วันนี้คนในประเทศก็ยอมรับได้ คืออยากให้ประเทศปลอดภัย" นายกฯ กล่าว

นายกฯ ยืนยันว่าการดำเนินงานตามนโยบายรัฐบาลทั้ง 11 ด้านมีความคืบหน้าไปมาก ทั้งการรักษาความสงบเรียบร้อย การลดปัญหาความขัดแย้งทางการเมืองและการบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน เศรษฐกิจขยายตัว ฟื้นความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่างประเทศและผู้บริโภค ส่วนงานด้านความมั่นคงและการต่างประเทศนั้น มีผลงานเด่นคือการจัดระเบียบแรงงานข้ามชาติที่หลบหนีเข้าเมือง การแก้ปัญหาการค้ามนุษย์และการทำประมงผิดกฎหมาย รวมทั้งการแก้ไขปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งการพูดคุยสันติสุขและการขยายผล "ทุ่งยางแดงโมเดล" ส่งผลให้สถิติการก่อเหตุและความสูญเสียลดลง

เมื่อนายกรัฐมนตรีกล่าวจบ รองนายกรัฐมนตรีที่รับผิดชอบงานแต่ละด้านได้แถลงชี้แจงผลงานและตอบข้อซักถามของสื่อมวลชน โดยในช่วงหนึ่ง พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีด้านความมั่นคงและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมเปิดเผยว่า รู้ตัวผู้ก่อเหตุคาร์บอมบ์ที่ห้างเซ็นทรัลเฟสติวัลสมุย จ.สุราษฎร์ธานีเมื่อวันที่ 10 เม.ย.2558 แล้ว ซึ่งไม่พบความเชื่อมโยงกับกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้

หลังจากเสร็จสิ้นการแถลงนโยบายในวันนี้  นายกฯ ได้มอบหมายให้แต่ละกระทรวงเปิดแถลงชี้แจงผลงานโดยละเอียดอีกครั้งหนึ่งโดยเริ่มตั้งแต่วันที่ 20 เม.ย.2558 ก่อนที่จะสรุปข้อมูลทั้งหมดอีกครั้งหนึ่งในรายการคืนความสุขให้คนในชาติวันที่ 24 เม.ย. โดยรัฐมนตรีของแต่ละกระทรวงที่มีผลงานโดดเด่นจะเป็นผู้แถลงข้อมูล


กลับขึ้นด้านบน