โยกหน่วยฝนหลวงหัวหิน ช่วยบรรเทาภัยแล้งภาคอีสาน

โยกหน่วยฝนหลวงหัวหิน ช่วยบรรเทาภัยแล้งภาคอีสาน

โยกหน่วยฝนหลวงหัวหิน ช่วยบรรเทาภัยแล้งภาคอีสาน

รูปข่าว : โยกหน่วยฝนหลวงหัวหิน ช่วยบรรเทาภัยแล้งภาคอีสาน

โยกหน่วยฝนหลวงหัวหิน ช่วยบรรเทาภัยแล้งภาคอีสาน ท่ามกลางสถานการณ์ภัยแล้ง ซึ่งประชาชนหลายพื้นที่ยังคงได้รับผลกระทบ และขาดแหล่งน้ำสำหรับอุปโภคบริโภค แต่อิทธิพลของร่องมรสุมที่พัดผ่านเข้ามาทางฝั่งตะวันตกของประเทศ ทำให้มีฝนตกในอ่างเก็บน้ำเพิ่มขึ้น ล่าสุด หน่วยปฏิบัติการฝนหลวงหัวหิน เตรียมย้ายไปปฏิบัติการในพื้นที่ภาคอีสาน

วานนี้ (9 ก.ค.2558) นายวราวุธ ขันตินันท์ อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร ลงพื้นที่หน่วยปฏิบัติการฝนหลวงหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ติดตามการแก้ปัญหาภัยแล้งในพื้นที่จ.ประจวบคีรีขันธ์ จ.เพชรบุรี และ จ.ราชบุรี พบเขื่อนใหญ่ทั้งปราณบุรี เขื่อนแก่งกระจาน และอ่างเก็บน้ำจังหวัดราชบุรีเริ่มมีน้ำเพิ่มมากขึ้น หลังได้ฝนหลวง และฝนธรรมชาติจากอิทธิพลของร่องมรสุมที่พัดผ่านเข้ามาในพื้นที่

พร้อมปรับแผนนำเครื่องบินคาราแวน 2 ลำ และเจ้าหน้าที่ตั้งหน่วยฝนหลวงชั่วคราวที่ จ.สกลนคร ตั้งแต่วันนี้ เพื่อปฏิบัติการทำฝนหลวง เติมน้ำให้กับอ่างเก็บน้ำในพื้นที่ภาคอีสาน ช่วยบรรเทาภัยแล้ง คาดว่าจะใช้เวลาอย่างน้อย 15 วัน

ส่วนเกษตรกรอีกหลายจังหวัดภาคเหนือยังได้รับความเดือดร้อนจากภัยแล้ง โดยที่ จ.พิจิตร สวนมะเขือของชาวนาใน ต.หนองปล้อง อ.วังทรายพูน ยืนต้นตายเนื่องจากขาดน้ำและสภาพอากาศที่ร้อนจัด

ด้านชาวนาบ้านวังยาง อ.ศรีประจันต์ จ.สุพรรณบุรี ช่วยกันกรอกกระสอบทรายทำคันกันน้ำและลงเงินคนละ 1,000 บาท เพื่อจ้างเครื่องสูบน้ำขนาดใหญ่สูบน้ำเข้าคลองตาลเสี้ยนไปเลี้ยงนาข้าว กว่า 9,000 ไร่ ใน ต.วังยาง ต.ดอนมะสังข์ ต.ดอนตาล และ ต.ห้วยวังทอง ซึ่งกำลังตั้งท้อง หลังไม่มีน้ำทำนาและไม่ได้รับความช่วยเหลือจากภาครัฐ

ขณะที่ชาวบ้านใน อ.มหาราช จ.พระนครศรีอยุธยา ได้รับผลกระทบจากระดับน้ำในแม่น้ำลพบุรีที่ลดลงจนตื้นเขินและเริ่มเน่าเสียจนไม่สามารถนำไปใช้ได้ ทหารชุดประสานงานปฏิบัติในพื้นที่ กองพันทหารม้าที่ 23 รักษาพระองค์ สระบุรีและเทศบาลตำบลโรงช้าง อ.มหาราช จึงต้องนำรถขนน้ำออกให้บริการเพื่อบรรเทาความเดือดร้อน


กลับขึ้นด้านบน