4 หน่วยงานจับมือพัฒนาร้านอาหารนำร่องสนามบิน 10 แห่ง

4 หน่วยงานจับมือพัฒนาร้านอาหารนำร่องสนามบิน 10 แห่ง

4 หน่วยงานจับมือพัฒนาร้านอาหารนำร่องสนามบิน 10 แห่ง

รูปข่าว : 4 หน่วยงานจับมือพัฒนาร้านอาหารนำร่องสนามบิน 10 แห่ง

4 หน่วยงานจับมือพัฒนาร้านอาหารนำร่องสนามบิน 10 แห่ง กรมอนามัย ร่วมกับกรมควบคุมโรค กรมการบินพลเรือน และบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) ลงนามความร่วมมือพัฒนาร้านอาหารนำร่องท่าอากาศยาน 10 แห่ง พร้อมมอบป้าย Clean Food Good Taste เพิ่มความเชื่อมั่นและภาพลักษณ์ความปลอดภัยด้านอาหาร

 วันนี้ (10 ก.ค.2558) นพ.พรเทพ ศิริวนารังสรรค์ อธิบดีกรมอนามัย เปิดเผยภายหลังพิธีลงนามบันทึกความร่วมมือกับกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข กรมการบินพลเรือน กระทรวงคมนาคม และบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) ในการพัฒนาสถานประกอบการด้านอาหารในท่าอากาศยาน ณ ห้องประชุมคณะกรรมการ ทอท. สำนักงานใหญ่ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) กรุงเทพมหานครว่า ปีนี้องค์การอนามัยโลกได้ประกาศให้เป็นปีความปลอดภัยของอาหาร ซึ่งจะต้องมีการควบคุมอาหารตั้งแต่แหล่งผลิตไปจนถึงผู้บริโภคให้ปลอดภัย กระทรวงสาธารณสุขจึงมีนโยบายในการดำเนินงานอาหารปลอดภัยเพื่อลดปัจจัยเสี่ยงของโรคที่เกิดจากอาหารและน้ำเป็นสื่อ จากข้อมูลรายงานการเฝ้าระวังโรคของสำนักระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. - 6 ก.ค.2558 พบผู้ป่วยโรคอุจจาระร่วง 549,523 ราย เสียชีวิต 6 ราย ผู้ป่วยโรคอาหารเป็นพิษ 66,042 ราย ยังไม่พบผู้เสียชีวิต การสร้างความมั่นใจในด้านความสะอาดปลอดภัยของอาหารให้กับผู้บริโภคจึงเป็นสิ่งสำคัญ 

 
ทั้งนี้ กรมอนามัยจึงร่วมกับกรมควบคุมโรค กรมการบินพลเรือน และบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) ลงนามบันทึกความร่วมมือในการพัฒนาสถานประกอบการด้านอาหารในท่าอากาศยานโดยมีเป้าหมายจำนวน 10 แห่ง แบ่งเป็นท่าอากาศยานในสังกัดบริษัท การท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) จำนวน 6 แห่ง ได้แก่ 1. ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ จ.สมุทรปราการ 2. ท่าอากาศยานดอนเมือง กรุงเทพมหานคร 3. ท่าอากาศยานเชียงใหม่ 4. ท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง จ.เชียงราย 5. ท่าอากาศยานหาดใหญ่ จ.สงขลา 6. ท่าอากาศยานภูเก็ต และท่าอากาศยานในสังกัดกรมการบิน พลเรือน จำนวน 4 แห่ง ได้แก่ 1. ท่าอากาศยานอุดรธานี 2. ท่าอากาศยานขอนแก่น 3. ท่าอากาศยานอุบลราชธานี และ 4. ท่าอากาศยานกระบี่
 
นพ.พรเทพ กล่าวต่อไปว่า ท่าอากาศยานเป็นด่านแรกที่ต้อนรับนักท่องเที่ยว และมีนักท่องเที่ยวจำนวนมากมาใช้บริการสถานที่จำหน่ายอาหารก่อนจะเดินทางไปยังจุดหมายปลายทางอื่นๆ ต่อไป จึงต้องเข้มงวดและให้ความสำคัญกับการจัดบริการหรือจำหน่ายอาหารภายในท่าอากาศยานเป็นพิเศษ และให้เป็นไปตามกฎการบิน พลเรือน กฎอนามัยระหว่างประเทศขององค์การอนามัยโลกและพระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ. 2535 ด้วยการดำเนินการพัฒนาสถานประกอบการค้าอาหารให้ถูกหลักสุขาภิบาลอาหารตามหลักเกณฑ์มาตรฐานอาหารสะอาดรสชาติอร่อย (Clean Food Good Taste) ของกรมอนามัย อาทิ สถานที่รับประทานอาหาร สถานที่เตรียมปรุงประกอบอาหาร ต้องสะอาดเป็นระเบียบจัดเป็นสัดส่วน ผู้สัมผัสอาหารแต่งกายสะอาด สวมเสื้อมีแขน สวมผ้ากันเปื้อน สวมหมวกหรือเน็ทคลุมผม ใช้อุปกรณ์ในการหยิบจับอาหาร เป็นต้น พร้อมทั้งมอบป้ายสัญลักษณ์อาหารสะอาด รสชาติอร่อย เพื่อบ่งบอกถึงความสะอาด ปลอดภัยของสถานที่จำหน่ายอาหาร
 
"อีกประเด็นหนึ่งที่ท่าอากาศยานต้องเร่งดำเนินการคือการลดปริมาณขยะจากกล่องโฟมบรรจุอาหาร เพราะนอกจากจะเป็นขยะที่ย่อยสลายยากแล้วยังก่อให้เกิดอันตรายจากการนำไปบรรจุอาหารร้อน อาหารมัน และอาหารที่มีความเป็นกรดสูง ซึ่งจะทำให้เกิดความเสี่ยงต่อการได้รับสารก่อมะเร็งสะสมในร่างกาย เช่น สไตรีน, เบนซีน อยากจะให้ท่าอากาศยานผนวกเรื่องนี้เข้าไปด้วยถือเป็นมาตรการจัดการขยะจากภาชนะโฟมที่ได้ผลและถือเป็นการปฏิบัติตามเกณฑ์มาตรฐานในเรื่องภาชนะอุปกรณ์ที่ต้องสะอาดปลอดภัยอีกด้วย โดยเปลี่ยนจากการใช้ภาชนะโฟมมาเป็นภาชนะที่ทำจากวัสดุธรรมชาติ เช่น กระดาษกล่องชานอ้อย กล่องพลาสติกชีวภาพ หรือวัสดุธรรมชาติดั้งเดิม เช่น ใบตอง ใบบัวจะดีกว่า" นพ.พรเทพ กล่าว
 
อธิบดีกรมอนามัย กล่าวทิ้งท้ายว่า กรมอนามัย กรมควบคุมโรค กรมการบินพลเรือน และบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) จะร่วมกันในการพัฒนาสถานประกอบการด้านอาหารในบริเวณท่าอากาศยานเป้าหมาย
ซึ่งศูนย์อนามัยทั้ง 12 แห่งของกรมอนามัย จะร่วมดำเนินงานกับด่านควบคุมโรคของกรมควบคุมโรค และบุคลากรของท่าอากาศยานนั้นๆ โดยประสานงานกับสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อพัฒนาศักยภาพผู้สัมผัสอาหาร และส่งเสริมพัฒนาให้มีการปรับปรุง ยกระดับมาตรฐานการปรุง ประกอบและจำหน่ายอาหารให้มีมาตรฐานตามหลักการสุขาภิบาลอาหารต่อไป


กลับขึ้นด้านบน