ชาวปทุมธานีกระทบหนักหลังการประปาหยุดจ่ายน้ำ

ชาวปทุมธานีกระทบหนักหลังการประปาหยุดจ่ายน้ำ

ชาวปทุมธานีกระทบหนักหลังการประปาหยุดจ่ายน้ำ

รูปข่าว : ชาวปทุมธานีกระทบหนักหลังการประปาหยุดจ่ายน้ำ

ชาวปทุมธานีกระทบหนักหลังการประปาหยุดจ่ายน้ำ การประปาส่วนภูมิภาค สาขาธัญบุรี หยุดจ่ายน้ำประปาในพื้นที่ 3 อำเภอ คือ ธัญบุรี ลำลูกกา และหนองเสือ ตั้งแต่ช่วงบ่ายวันนี้ (12 ก.ค.2558) ทำให้ประชาชนกว่า 50,000 ครัวเรือนได้รับผลกระทบ ขณะที่ผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานีประกาศให้พื้นที่ 3 อำเภอธัญบุรีเป็นเขตให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินแล้ว

หลังจากที่การประปาฯ หยุดจ่ายน้ำเพราะไม่มีน้ำดิบเพียงพอสำหรับการผลิตน้ำประปา เทศบาลตำบลธัญบุรี ได้เตรียมรถดับเพลิงกว่า 10 คัน ไปรับน้ำจากพื้นที่ข้างเคียงเพื่อนำไปแจกจ่ายให้ประชาชน ขณะที่กรมชลประทานยืนยันว่าได้แจ้งเตือนประชาชนล่วงหน้าแล้วในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา แต่ยังมีประชาชนที่ไม่ทราบข่าว จึงไม่ได้สำรองน้ำไว้ใช้ล่วงหน้า

ประชาชนในชุมชนกว่า 100 แห่งในพื้นที่ ต.ธัญบุรี และ ต.ลำผักกูด อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี เริ่มขาดแคลนน้ำอุปโภคบริโภคตั้งแต่ช่วงบ่ายวันนี้ ซึ่งประชาชนบางส่วนบอกว่าไม่ได้รับการแจ้งเตือนล่วงหน้าจึงไม่มีน้ำใช้

"เราไม่รู้ล่วงหน้า สังเกตว่าน้ำประปาไหลอ่อนก็เลยเตรียมกะละมังใส่น้ำไว้วันนี้ แต่น้ำหยุดไหลเสียก่อน ก็เลยไม่มีน้ำใช้" นางสวย เสียงแจ้วชาว อ.ธัญบุรี ระบุ

ขณะนี้มีรายงานว่า จังหวัดปทุมธานี ตั้งแต่คลอง 5 ถึงคลอง 8 ย่านมหาวิทยาลัยเทคโนโลยี ราชมงคลธัญบุรี คลอง 6 ตามหมู่บ้านและหอพักต่างๆ ซึ่งต้องใช้น้ำประปาจากสถานีผลิตน้ำประปา สาขาธัญบุรี คลอง 13 น้ำเริ่มไม่ไหลแล้ว ทำให้ร้านค้า-ร้านอาหารต้องปิดบริการไปบางส่วน

ล่าสุดชลประทานจังหวัดปทุมธานีสำรวจคลอง 13 ตอนเหนือ  ซึ่งเป็นที่ตั้งของสถานีสูบน้ำเพื่อส่งให้พื้นที่คลอง 5-15 ใน อ.ธัญบุรี อ.ลำลูกกา และ อ.หนองเสือ พบว่ามีชาวบ้านไปสร้างคันกั้นน้ำไว้ เจ้าหน้าที่ชลประทานจึงเร่งน้ำรถแบ็คโฮไปเปิดทางน้ำ เพื่อนำน้ำมาผลิตน้ำประปา

นายสุเทพ น้อยไพโรจน์ รองอธิบดีกรมชลประทานกล่าวว่าปริมาณน้ำในเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ ซึ่งเป็นเขื่อนหลักที่ระบายน้ำเข้าสู่คลอง 13 จ.ปทุมธานี มีปริมาณน้ำเหลืออยู่เพียง 43 ล้านลูกบาศก์เมตร จึงระบายน้ำลงมายังคลอง 13 ได้น้อย ส่วนแนวคิดที่จะนำน้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยามาเติมนั้นไม่สามารถทำได้เนื่องจากต้องนำน้ำไปผลักดันน้ำเค็มเพื่อไม่ให้กระทบกับน้ำประปาในกรุงเทพฯ

ทั้งนี้ กรมชลประทานได้ขอความร่วมมือจากเกษตรกรริมคลอง 13 งดสูบน้ำเพื่อทำการเกษตรชั่วคราว

"เราต้องขอความาร่วมมือจากเกษตรกร 2 ฝั่งคลอง 13 ให้หยุดการสูบน้ำสัก 3 วัน  เพื่อที่เราจะลำเลียงน้ำเข้าไปสู่บ่อพักของการประปาส่วนภูมิภาคให้ได้เต็มศักยภาพของบ่อพักซึ่งมีความจุ 300,000 ลูกบาศก์เมตร เพื่อให้เพียงพอต่อการผลิตน้ำประปาก่อน" รองอธิบดีกรมชลประทานกล่าว

นายพงศธร สัจจชลพันธ์ ผู้ว่าราชการจ.ปทุมธานี ประกาศให้ อำเภอธัญบุรี อ.หนองเสือ และอำเภอลำลูกกา เป็นเขตให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน (ฝนแล้ง) พร้อมกับตั้งศูนย์ประสานงานและรถดับเพลิงขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 136 คัน นำน้ำสะอาดออกแจกจ่ายให้ประชาชนที่เดือดร้อน

"สั่งการไปยังองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทั้งเทศบาลและอบต.เพื่อเตรียมรถขนน้ำให้พร้อม ในพื้นที่ที่ไม่ได้ประสบภัยก็ต้องมาช่วยกัน ขณะนี้เรามีรถขนน้ำอยู่ทั้งหมด 133 คัน และรถของหน่วยงานที่มาสนับสนุนอีก 3 คัน รวมเป็น 136 คัน" นายพงศธรกล่าว

นพ.ณรงค์ ตั้งตรงไพโรจน์ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดปทุมธานี ระบุว่าโรงพยาบาลในพื้นที่ คือ โรงพยาบาลธัญบุรี โรงพยาบาลคลองหลวง และโรงพยาบาลหนองเสือ ยังไม่ได้รับผลกระทบจากการหยุดจ่ายน้ำประปา

นางรัตนา กิจวรรณ ผู้ว่าการการประปาส่วนภูมิภาค (กปภ.) เปิดเผยว่าขณะนี้น้ำในคลองระพีพัฒน์ไม่มีน้ำดิบสำหรับทำน้ำประปาแล้ว แต่ยังจ่ายน้ำได้ เบื้องต้นอยู่ระหว่างประสานกับกรมชลประทาน เพื่อขอให้ปล่อยน้ำ พร้อมกับยอมรับว่าน้ำในคลองระพีพัฒน์แห้งกว่าที่คาดการณ์เอาไว้ เนื่องจากเกษตรกรดูดน้ำจากคลองไปทำการเกษตร

ผู้ว่ากปภ.แสดงความเป็นห่วงว่าวันพรุ่งนี้ (13 ก.ค.) อาจเกิดความโกลาหลหากไม่มีน้ำดิบมาใช้ผลิตน้ำประปา ขณะเดียวกันได้ประสานองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ประสบปัญหา ให้เตรียมนำรถบรรทุกน้ำมาช่วยเหลือ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้กับประชาชน

 


กลับขึ้นด้านบน