แม่ทัพภาคที่ 4 เชื่อเหตุระเบิดสุไหงโก-ลกไม่เกี่ยวกับประเทศเพื่อนบ้าน

แม่ทัพภาคที่ 4 เชื่อเหตุระเบิดสุไหงโก-ลกไม่เกี่ยวกับประเทศเพื่อนบ้าน

แม่ทัพภาคที่ 4 เชื่อเหตุระเบิดสุไหงโก-ลกไม่เกี่ยวกับประเทศเพื่อนบ้าน

รูปข่าว : แม่ทัพภาคที่ 4 เชื่อเหตุระเบิดสุไหงโก-ลกไม่เกี่ยวกับประเทศเพื่อนบ้าน

แม่ทัพภาคที่ 4 เชื่อเหตุระเบิดสุไหงโก-ลกไม่เกี่ยวกับประเทศเพื่อนบ้าน แม้ภาพจากกล้องวงจรปิดจะพบว่ามีการเคลื่อนย้ายระเบิดจากบริเวณชายแดนไปก่อเหตุรุนแรงใน อ.สุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส แต่แม่ทัพภาคที่ 4 ไม่เชื่อว่าเหตุระเบิดจะเกี่ยวข้องกับชาวต่างชาติ ขณะที่ผู้ประกอบการท่องเที่ยวกังวลว่าเหตุรุนแรงจะกระทบการท่องเที่ยวในระยะยาว

ภายหลังเจ้าหน้าที่ยิงทำลายวัตถุระเบิดน้ำหนักกว่า 30 กิโลกรัมจำนวน 3 ลูกที่บรรจุในถังพลาสติกขนาดใหญ่ ซึ่งพบในฐานปฎิบัติการของแนวร่วมบนเทือกเขาตะเว อ.ระแงะ จ.นราธิวาส เจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบอุปกรณ์ระเบิดที่ยึดได้อีกจำนวนมากว่าตรงกับที่พบในที่เกิดเหตุลอบวางระเบิดในอำเภอสุไหงโก-ลก 7 จุดเมื่อวันที่ 10 ก.ค.2558 หรือไม่ ซึ่งเจ้าหน้าที่เชื่อว่าฐานปฎิบัติการดังกล่าวมีแนวร่วมใช้เป็นที่พักพิงไม่ต่ำกว่า 20 คน และเลือกที่จะใช้พื้นที่ซ่อนตัวใต้โขดหิน และป่ารกทึบจึงยากที่จะตรวจสอบทางอากาศ

ขณะที่ช่วงเย็นวันนี้ (12 ก.ค.2558) พล.ท.ปราการ ชลยุทธ แม่ทัพภาคที่ 4 ได้ประชุมร่วมกับหน่วยงานด้านความมั่นคงและลงพื้นที่ตรวจสอบความเสียหายจากเหตุระเบิดทั้งที่ ต.ปาดังเบซาร์ อ.สะเดา จ.สงขลา และ อ.สุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส โดยสั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดเวรยามเฝ้าระวังพื้นที่และเพิ่มความเข้มแข็งให้ภาคประชาชน รวมถึงติดตั้งกล้องวงจรปิดเพิ่มเติม

ส่วนผลการตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดที่พบพฤติกรรมของผู้ร่วมก่อเหตุขณะขนย้ายระเบิดผ่านทางเรือมาจากประเทศเพื่อนบ้านเพื่อนำมาให้แนวร่วมก่อเหตุรุนแรงในอ.สุไหงโก-ลก นั้นแม่ทัพภาคที่ 4 เชื่อว่าไม่เกี่ยวข้องกับชาวต่างชาติ แต่อาจเป็นแนวร่วมที่สามารถเดินทางผ่านข้ามแดนไปมา

ขณะที่นายสมชาย  ลือเดชวุฒิไกร เจ้าของร้านจำหน่ายอะไหล่รถยนต์ที่อำเภอสุไหงโกลก ซึ่งเป็น หนึ่ง ใน 7 จุดที่ถูกลอบวางระเบิดกล่าวว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้เขาแทบล้มละลาย เพราะทรัพย์สินเสียหายหลายสิบล้านบาท เช่นเดียวกับผู้ประกอบการรายอื่นๆ ที่เริ่มถอดใจหลังเหตุรุนแรงเกิดขึ้นต่อเนื่อง

ขณะที่ผู้ประกอบการท่องเที่ยวในจังหวัดสงขลาเรียกร้องให้รัฐเร่งชี้แจงกับนักท่องเที่ยว เนื่องจากสื่อของมาเลเซียนำเสนอข่าวความรุนแรงที่เกิดขึ้นใน อ.ปาดังเบซาร์ ซึ่งอาจส่งผลทางลบต่อการท่องเที่ยว แม้ว่าขณะนี้ยอดจองห้องพักในช่วงฮารีรายอจะยังเต็มเกือบทั้งหมด แต่นักท่องเที่ยวในลักษณะครอบครัวอาจเปลี่ยนเส้นทาง

ส่วนที่จังหวัดปัตตานีเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานเข้าตรวจสอบเหตุระเบิดบนถนนริมคลองชลประทาน  ต.ดอนยาง อ.หนองจิก ทำให้ทหารช่างสังกัดกรมทหารช่างที่ 15 บาดเจ็บ 3 นาย เบื้องต้นเชื่อว่าเป็นการสร้างสถานการณ์

ขณะที่จังหวัดยะลาเจ้าหน้าที่เพิ่มการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวดในระหว่างการเดินทางออกมาจับจ่ายซื้อของในเขตเมืองก่อนวันสิ้นสุดเดือนถือศีลอด โดยเฉพาะย่านตลาดเก่าซึ่งเกิดเหตุรุนแรงขึ้นบ่อยครั้ง


กลับขึ้นด้านบน