ผู้ว่าฯ ปทุมธานีคาดเริ่มจ่ายน้ำประปาได้ 20.00 น.วันนี้ (13 ก.ค.)-จัดหน่วยลาดตระเวนขอความร่วมมืองดสูบน้ำ

ผู้ว่าฯ ปทุมธานีคาดเริ่มจ่ายน้ำประปาได้ 20.00 น.วันนี้ (13 ก.ค.)-จัดหน่วยลาดตระเวนขอความร่วมมืองดสูบน้ำ

ผู้ว่าฯ ปทุมธานีคาดเริ่มจ่ายน้ำประปาได้ 20.00 น.วันนี้ (13 ก.ค.)-จัดหน่วยลาดตระเวนขอความร่วมมืองดสูบน้ำ

รูปข่าว : ผู้ว่าฯ ปทุมธานีคาดเริ่มจ่ายน้ำประปาได้ 20.00 น.วันนี้ (13 ก.ค.)-จัดหน่วยลาดตระเวนขอความร่วมมืองดสูบน้ำ

ผู้ว่าฯ ปทุมธานีคาดเริ่มจ่ายน้ำประปาได้ 20.00 น.วันนี้ (13 ก.ค.)-จัดหน่วยลาดตระเวนขอความร่วมมืองดสูบน้ำ ผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานีรายงานสถานการณ์ล่าสุดวิกฤตน้ำประปาขาดแคลนว่าเมื่อคืนที่ผ่านมากรมชลประทานได้หาน้ำดิบมาเพิ่มเติมให้การประปาส่วนภูมิภาค สาขาธัญบุรี ผลิตน้ำประปาแล้ว คาดว่าเวลาประมาณ 20.00 น.วันนี้ (13 ก.ค.) การประปาฯ จะเริ่มแจกจ่ายน้ำให้ประชาชนในพื้นที่ 3 อำเภอ คือ อ.ธัญบุรี อ.หนองเสือ และอ.ลำลูกกา ได้หลังจากที่น้ำดิบขาดแคลนจนน้ำประปาไม่ไหลตั้งแต่เช้าวานนี้

นายพงศธร สัจจชลพันธ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานีให้สัมภาษณ์ไทยพีบีเอสว่า กรมชลประทานได้จัดหาน้ำดิบสำหรับผลิตน้ำประปามาเพิ่มให้การประปาส่วนภูมิภาค สาขาธัญบุรีแล้วตั้งแต่เมื่อเวลาประมาณ 02.00-03.00 น. คาดว่าการการประปาจะเริ่มแจกจ่ายน้ำประปาได้ในช่วงค่ำวันนี้ (13 ก.ค.)

อย่างไรก็ตามหน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังคงเร่งแก้ปัญหาเฉพาะหน้าเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน โดยทางจังหวัดได้ระดมรถบรรทุกน้ำขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจำนวน 136 คันเพื่อแจกจ่ายน้ำให้ประชาชน รวมทั้งมีรถน้ำจากหน่วยทหารให้พื้นที่ใกล้เคียงมาแจกจ่ายน้ำด้วย แต่ก็ยังไม่เพียงพอเนื่องจากพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบอยู่ในวงกว้าง ทำให้บางจุดประชาชนยังไม่ได้รับน้ำและเกิดความไม่พอใจ นายพงศธรกล่าว

ผู้ว่าราชการจ.ปทุมธานีกล่าวเพิ่มเติมว่า ขณะนี้มีเฉพาะพื้นที่ 3 อำเภอเท่านั้นที่ได้รับผลกระทบจากการขาดแคลนน้ำประปา ส่วนอำเภออื่นๆ ของจ.ปทุมธานี ยังไม่ได้รับผลกระทบเรื่องการขาดน้ำอุปโภคบริโภค แต่มีบางพื้นที่ขาดแคลนน้ำสำหรับทำการเกษตร

"ผมได้ออกประกาศขอความร่วมมือจากเกษตรกรว่าในช่วงที่ประชาชนในหลายอำเภอประสบปัญหาขาดแคลนน้ำสำหรับการอุปโภคบริโภค ให้ช่วยงดสูบน้ำหรือสูบน้อยลงเพื้่อให้มีน้ำเพียงพอสำหรับการผลิตน้ำประปา และได้ตั้งหน่วยเฉพาะกิจตำรวจ-ทหาร เพื่อลาดตระเวนใน อ.หนองเสือ ซึ่งเป็นจุดที่สูบน้ำดิบสำหรับผลิตน้ำประปา ขอความร่วมมือไม่ให้มีการสูบน้ำ นอกจากนี้ผมจะเร่งประสานงานกับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อจัดสรรน้ำให้เพียงพอสำหรับทุกภาคส่วน เราอาจจะไม่มีน้ำใช้อย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย แต่เพียงพอสำหรับทุกคน" นายพงศธรกล่าว

ตั้งแต่ช่วงเช้าวันนี้ เจ้าหน้าที่ได้นำน้ำไปแจกจ่ายให้ประชาชนตามหมู่บ้านต่างๆ ในจ.ปทุมธานี ที่ประสบปัญหาน้ำประปาไม่ไหล

ขณะที่นายจริชัย มูลทองโร่ย ประธานคณะกรรมการการประปาส่วนภูมิภาค ได้ลงพื้นที่เพื่อติดตามสภาพปัญหาและได้ยืนยันว่าขณะนี้น้ำดิบที่ผันมาจากเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์เริ่มเข้ามาที่โรงผลิตน้ำประปาฯ ธัญบุรีแล้ว  ซึ่งต้องรอเวลาให้น้ำเต็มประมาณ 2 ชั่วโมง และใช้เวลาผลิตอีกประมาณ 4 ชั่วโมง จึงคาดว่าจะเริ่มจ่ายน้ำให้ประชาชนภายใน 20.00 น.วันนี้

ส่วนภาพรวมสถานการณ์น้ำในขณะนี้ น้ำของอ่างเก็บน้ำเขื่อนภูมิพล อำเภอสามเงา จังหวัดตาก ยังคงวิกฤติ เหลือน้ำกักเก็บเพียง 3,965 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือ ร้อยละ 29 ของความจุอ่าง สามารถระบายเพื่อการอุปโภคบริโภค และระบบนิเวศ เพียงร้อยละ 2 หากยังคงระบาย น้ำวันละ 8 ล้านลูกบาศก์เมตรโดยไม่มีปริมาณน้ำเพิ่มเติม จะเหลือน้ำระบายได้อีกเพียง 20 วันเท่านั้น

ส่วนภาพรวมสถานการณ์น้ำในขณะนี้ น้ำของอ่างเก็บน้ำเขื่อนภูมิพล อ.สามเงา จ.ตาก ยังคงวิกฤต เหลือน้ำกักเก็บเพียง 3,965 ล้านลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) หรือร้อยละ 29 ของความจุอ่าง สามารถระบายเพื่อการอุปโภคบริโภคและรักษาระบบนิเวศเพียงร้อยละ 2 หากยังคงระบายน้ำวันละ 8 ล้านลบ.ม.โดยไม่มีปริมาณน้ำเพิ่มเติม จะเหลือน้ำระบายได้อีกเพียง 20 วันเท่านั้น
 
ส่วนเขื่อนสิริกิติ์ จ.อุตรดิตถ์ มีน้ำกักเก็บเหลือเพียง 3,190 ล้านลบ.ม.หรือร้อยละ 34 ของความจุอ่าง มีน้ำใช้การได้ประมาณร้อยละ 5 ขณะที่เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ จ.ลพบุรี มีน้ำคงเหลือเพียง 46 ล้านลบ.ม.หรือร้อยละ 5 ของความจุอ่าง มีน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภคและระบบนิเวศประมาณร้อยละ 4 หากไม่มีปริมาณน้ำเพิ่มเติมจะเหลือน้ำระบายได้อีกเพียง 33 วัน

เขื่อนแควน้อย-บำรุงแดน จ.พิษณุโลกยังคงวิกฤตต่อเนื่องเช่นกันเนื่องจากยังไม่มีน้ำไหลเข้า ขณะนี้เหลือเพียงประมาณร้อยละ 3

สำหรับการแก้ปัญหาการระบายน้ำ วันนี้ (13 ก.ค.) คณะอนุกรรมการบริหารจัดการน้ำลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยาจะประชุมร่วมกับ 10 หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการน้ำ เพื่อหารือถึงปริมาณน้ำในเขื่อนและการบริหารจัดการน้ำ หากได้ข้อสรุปจะนำผลการประชุมรายงานให้คณะรัฐมนตรีรับทราบในวันพรุ่งนี้ (14 ก.ค.)


กลับขึ้นด้านบน