ภัยแล้งคุกคาม จ.นครนายก พบ 1,000 ครัวเรือนไม่มีน้ำกิน-ใช้ เขื่อนขุนด่านปราการชลมีน้ำถึง 10 ส.ค.58

ภัยแล้งคุกคาม จ.นครนายก พบ 1,000 ครัวเรือนไม่มีน้ำกิน-ใช้ เขื่อนขุนด่านปราการชลมีน้ำถึง 10 ส.ค.58

ภัยแล้งคุกคาม จ.นครนายก พบ 1,000 ครัวเรือนไม่มีน้ำกิน-ใช้ เขื่อนขุนด่านปราการชลมีน้ำถึง 10 ส.ค.58

รูปข่าว : ภัยแล้งคุกคาม จ.นครนายก พบ 1,000 ครัวเรือนไม่มีน้ำกิน-ใช้ เขื่อนขุนด่านปราการชลมีน้ำถึง 10 ส.ค.58

ภัยแล้งคุกคาม จ.นครนายก พบ 1,000 ครัวเรือนไม่มีน้ำกิน-ใช้ เขื่อนขุนด่านปราการชลมีน้ำถึง 10 ส.ค.58 นายก อบต.ท่าเรือ จ.นครนายก ระบุ ภัยแล้งคุกคามพื้นที่ พบบ่อปะปาผิวดินและคลองธรรมชาติแห้งขอด ชาวบ้าน 1,000 ครัวเรือน กำลังขาดแคลนน้ำกินน้ำใช้ ด้าน ผอ.โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษา เขื่อนขุนด่านปราการชล เผยมีน้ำใช้ได้ถึง 10 ส.ค. 58 เท่านั้น คาดหากฝนตกหนักปลายเดือน ก.ค.-ต้นเดือน ส.ค.อาจทำให้รอดวิกฤต

วันนี้ (13 ก.ค. 2558) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ปัญหาภัยแล้งเริ่มส่งผลกระทบต่อปริมาณที่ใช้อุปโภคบริโภคใน ต.ท่าเรือ อ.ปากพลี จ.นครนายก เพราะบ่อประปาหมู่บ้านบ้านแขนโค้ง ต.ท่าเรือ แห้งขอดมานานกว่า 2 เดือน เช่นเดียวกับ คลองฝั่งซ้ายสายหนึ่ง ใน ต.ท่าเรือ ก็แห้งจนเห็นสันดอน ทำให้ชาวบ้านใน 4 หมู่บ้าน จำนวน 1,000 ครัวเรือน ไม่มีน้ำประปาใช้ในการอุปโภคบริโภคและทำการเกษตร จนต้องซื้อน้ำใช้

นายบัญญัติ เครือบุญ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลท่าเรือ (อบต.ท่าเรือ) จ.นครนายก เผยว่า เดิมทาง อบต.ท่าเรือได้ทำน้ำประปาผิวดินไว้แต่ขณะนี้ก็แห้งหมด ซึ่งทุกวันนี้ อบต. ท่าเรือช่วยเหลือชาวบ้านด้วยซื้อน้ำประปาจังหวัดมาไว้เป็นน้ำดื่ม และนำรถขนน้ำจากปะปาส่วนภูมิภาคขนมาส่งตามบ้านวันละ 2 เที่ยว แต่ชาวบ้านต้องเสียเงินน้ำและต้องรถตามคิว เนื่องจากมีรถขนน้ำคันเดียว

ด้าน นายชำนาญ งามพิทย์ ชาวบ้าน ต.ท่าเรือ จ.นครนายก กล่าวว่า เป็นช่วงเวลาลำบาก เวลาน้ำหมดโอ่งก็ต้องรอตามคิว บางทีรอนานมากจนไม่มีน้ำกินน้ำใช้ก็ต้องแจ้ง อบต. เช่นเดียวกับ นายวิชิต เร้ากมล ชาวบ้าน ต.ท่าเรือ จ.นครนายก ระบุว่า ปัจจุบันน้ำไม่ไหลทำให้ไม่มีน้ำใจ จนต้องไปขนเองจากบ่อกลางนา ถ้าแห้งลงอีกก็คงต้องซื้อน้ำใช้ไม่ก็ขอฝน

ขณะที่ นายสุรพล เขม้นนามัด ผู้อำนวยการโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษา เขื่อนขุนด่านปราการชล กล่าวว่า แม้ จ.นครนายก จะมีน้ำจากเขื้อนขุนด่านปราการชลแบ่งปันน้ำให้ชาวบ้านใช้ได้ แต่ทุกวันนี้ปริมาณน้ำในเขื่อนอยู่ในขั้นวิกฤต โดยมีน้ำกักเก็บเพียงร้อยละ 5 หรือ 11.3 ล้าน ลบ.ม. จากความจุทั้งหมด 224 ล้าน ลบ.ม. ซึ่งต้องคงน้ำในเขื่อนอย่างต่ำ 4 ล้าน ลบ.ม. ทำให้มีน้ำใช้ได้เพียง 7.3 ล้าน ลบ.ม. นอกจากนี้ ฝนที่ทิ้งช่วงตั้งแต่ 16 พ.ค. 2558 ยังทำให้การระบายน้ำจากเขื่อนเพื่อช่วยเหลือชาวบ้านทำได้เพียงวันละ 2.3 แสน ลบ.ม. ซึ่งหากระบายในปริมาณดังกล่าวจะมีน้ำใช้ได้ถึงวันที่ 10 ส.ค. 2558

“ผมกล้ายืนยันว่าถ้าเราบริหารจัดการอย่างนี้และช่วยกันประหยัด น้ำประปาที่ใช้อุปโภคบริโภคจะเพียงพอถึงวันที่ 10 ส.ค. 2558 และคาดว่าปลายเดือน ก.ค.-ต้นเดือน ส.ค.นี้ จะเกิดฝนตกหนัก และจะรอดพ้นจากวิกฤตแล้งได้” ผอ.โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษา เขื่อนขุนด่านปราการ

นายสุรพลกล่าวด้วยว่า หลังจากนี้เตรียมประสานกับนายอำเภอปากพลีหาแนวทางในการแก้ปัญหาขาดแคลนน้ำ เบื้องต้นจะเสนอขอเพิ่มจำนวนรถขนน้ำ เพื่อให้เข้าถึงชาวบ้านได้สะดวกและรวดเร็วมากยิ่งขึ้น
 


กลับขึ้นด้านบน