ตลาดหลักทรัพย์ยุโรปขานรับข้อตกลง "กรีซ-ยูโรโซน"

ตลาดหลักทรัพย์ยุโรปขานรับข้อตกลง "กรีซ-ยูโรโซน"

ตลาดหลักทรัพย์ยุโรปขานรับข้อตกลง "กรีซ-ยูโรโซน"

รูปข่าว : ตลาดหลักทรัพย์ยุโรปขานรับข้อตกลง "กรีซ-ยูโรโซน"

ตลาดหลักทรัพย์ยุโรปขานรับข้อตกลง กรีซบรรลุข้อตกลงฉบับใหม่กับกลุ่มยูโรโซนแล้ว แต่หลายฝ่ายมองว่าอนาคตจากนี้ไปกรีซจะลำบากยิ่งกว่าเดิม เนื่องจากจะมีมาตรการรัดเข็มขัดที่เข้มงวดมากขึ้น ขณะที่ตลาดหลักทรัพย์ในยุโรปต่างขานรับข่าวนี้ หลังดัชนีการซื้อขายปรับตัวขึ้นถ้วนหน้า

ตลาดหลักทรัพย์ของแฟรงเฟิร์ตปรับตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ 1.53 อยู่ที่ 11,489.17 จุด ขณะที่ตลาดหลักทรัพย์ของฝรั่งเศสปรับตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ 1.67 อยู่ที่ 4,985.14 จุด เช่นเดียวกับดัชนีฟุตซี่ 100 ของอังกฤษที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ 0.94 อยู่ที่ 6,736.22 จุด
 
แม้ว่าการบรรลุข้อตกลงระหว่างกรีซกับกลุ่มยูโรโซนจะทำให้ตลาดหลักทรัพย์ทั้งภูมิภาคเอเชียและยุโรปปรับตัวเพิ่มขึ้น แต่นายโรเบิร์ต ฮัลเวอร์ นักวิเคราะห์จากธนาคารบาเดอร์ของเยอรมนี กลับมองว่า ขณะนี้กรีซกำลังเผชิญกับปัญหาทั้งในระยะสั้นและในระยะยาวว่า มาตรการต่างๆ ที่บังคับใช้กับกรีซนั้น จะช่วยให้กรีซมีความสามารถในการแข่งขันเพิ่มมากขึ้นหรือไม่ เพราะปัญหาขณะนี้ไม่ได้มีเฉพาะเรื่องหนี้สินเท่านั้น แต่กรีซจะต้องดำเนินการปฏิรูปเศรษฐกิจของตัวเองให้แตกต่างอย่างสิ้นเชิง เพื่อเพิ่มความสามารถในการแข่งขัน
 
ด้านนายฟรองซัวส์ โอลลองค์ ประธานาธิบดีฝรั่งเศส กล่าวถึงการเจรจาในวันนี้ว่า ถือเป็นประวัติศาสตร์ที่จะทำให้สหภาพยุโรปอยู่ร่วมกันอีกครั้ง โดยเฉพาะกรีซ ซึ่งถือเป็นหัวใจหลักของอารยธรรมของยุโรป นอกจากนี้ ข้อตกลงนี้ ยังเป็นการเปิดทางให้กรีซได้เข้าถึงโครงการความช่วยเหลือใหม่ ซึ่งภายในไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า การเจรจาในรายละเอียดของโครงการเงินกู้งวดที่ 3 จะเริ่มต้นขึ้นอีกครั้ง ทั้งนี้ ยังไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดของแผนปฏิรูปฉบับใหม่ แต่ประเด็นหลักๆ ได้แก่ การตัดลดรายจ่ายภาครัฐ การขึ้นภาษี และการปฏิรูประบบบำนาญ
 
ขณะที่นายโยชิฮิเดะ ซูกะ เลขาธิการคณะรัฐมนตรีญี่ปุ่น ออกมาแสดงความยินดีที่ผู้นำยูโรโซนบรรลุข้อตกลงกับกรีซได้และหวังว่าข้อตกลงนี้จะช่วยให้เศรษฐกิจของยูโรโซนมีเสถียรภาพ ซึ่งจะมีส่วนสำคัญมากต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจของโลก รวมถึงประเทศญี่ปุ่นด้วย
 
หลังจากนี้ รัฐสภากรีซจะต้องผ่านกฎหมายรับรองการปฏิรููปตามข้อตกลงในวันที่ 15 ก.ค.นี้ เพื่อเปิดทางให้มีการเจรจาหาข้อสรุปเกี่ยวกับเงินกู้งวดที่ 3 จำนวน 86,000 ล้านยูโร ในระยะเวลา 3 ปี เพื่อแก้ไขวิกฤตการณ์หนี้สินของกรีซ ขณะที่ประเทศอื่นๆ ที่อยู่ในยูโรโซนจะต้องนำเรื่องผ่านความเห็นชอบในรัฐสภาของตนเองเช่นกัน


กลับขึ้นด้านบน