ประชาสังคมปาตานีฯ วอนจนท.หยุดคุกคาม เผยขอชี้แจงแม่ทัพ 4 กว่าเดือนแต่กลับเงียบ

ประชาสังคมปาตานีฯ วอนจนท.หยุดคุกคาม เผยขอชี้แจงแม่ทัพ 4 กว่าเดือนแต่กลับเงียบ

ประชาสังคมปาตานีฯ วอนจนท.หยุดคุกคาม เผยขอชี้แจงแม่ทัพ 4 กว่าเดือนแต่กลับเงียบ

รูปข่าว : ประชาสังคมปาตานีฯ วอนจนท.หยุดคุกคาม เผยขอชี้แจงแม่ทัพ 4 กว่าเดือนแต่กลับเงียบ

ประชาสังคมปาตานีฯ วอนจนท.หยุดคุกคาม เผยขอชี้แจงแม่ทัพ 4 กว่าเดือนแต่กลับเงียบ เครือข่ายภาคประชาสังคมปาตานีและเพื่อสันติภาพ พร้อมองค์กรเครือข่าย 18 องค์กร แถลงระบุให้เจ้าหน้าที่หยุดคุกคามทุกรูปแบบทั้ง ให้ข้อมูลใส่ร้าย จับกุม คุมซ้อมทรมาน ฯลฯ เผยขอพบแม่ทัพภาค 4 มานานกว่าเดือนเพื่อเสนอข้อเท็จจริง แต่กลับเงียบ จึงมาเสนอปัญหาผ่านสื่อแทน

วานนี้ (14 ก.ค.2558) เฟซบุ๊ก นครนิวส์ออนไลน์ ข่าวชาวนครศรีฯ รายงานว่า เมื่อวันที่ 13 ก.ค. เวลา 13.00 น.ที่ผ่านมา นายตูแวดานียา ตูแวแมแง ผู้ประสานเครือข่ายภาคประชาสังคมปาตานีและเพื่อสันติภาพ พร้อมด้วย องค์กรกลุ่มเครือข่ายประชาสังคมเพื่อสันติภาพ จำนวน 18 องค์กร พื้นที่ จว.ปัตตานี แถลงข่าวที่สำนักงานมูลนิธิศูนย์ทนายความมุสลิมปัตตานี มีผู้ฟังประมาณ 20 คน

สรุปสาระสำคัญของการแถลงการณ์ ฉบับที่ 1 ดังนี้ 1.นโยบายแห่งรัฐ ด้านการพูดคุย สันติสุขมีการดำเนินนโยบายสวนทาง โดยมีการคุกคามการละเมิด สิทธิมนุษยชนต่อประชาชน รวมทั้งต่อเครือข่ายนักกิจกรรมเพื่อสังคม เพื่อสิทธิมนุษยชนและเพื่อสันติภาพ อย่างไม่เคารพในหลักการมนุษยธรรม และหลักการประชาธิปไตยที่สิทธิความเป็นคนเท่าเทียมกัน ได้มีการติดต่อเข้าพบ แม่ทัพภาคที่ 4 เพื่อนำเสนอข้อเท็จจริงดังกล่าว ซึ่งการคุกคามมี 4 รูปแบบ คือ
1) การคุกคามด้านยุทธวิธีปิดล้อม ตรวจค้นจับกุมซ้อมทรมาน เช่นที่ องค์กร Permas และ องค์กร Bumi ยะลา (ตรวจค้นศูนย์ประสานงานสหพันธ์นิสิตนักศึกษาและเยาวชนปาตานี )
2) การคุกคามด้วยการข่าวแบบปฏิบัติ การจิตวิทยา หรือ IO เชื่อว่าคนของ ฝ่ายราชการบางคนอยู่เบื้องหลัง เช่น การเสนอข้อมูลใส่ร้าย ประธาน Permas ผ่านโซเซียลมีเดีย
3) การคุกคามในลักษณะบีบบังคับให้ อนุญาต ตรวจ สารพันธุกรรม ดีเอ็นเอ จากบุคคลทั่วไปที่ไม่ใช่ผู้ต้องหา
4) การคุกคามในลักษณะใช้กฎหมาย โดยไม่สุจริต เช่น ถูกจับแล้วถูกปล่อยตัว และกลับบ้าน แต่เจ้าหน้าที่อ้างจำเป็น ดำเนินการปลดหมายจับ ทั้งๆ ที่หมายจับไม่มีภาคบังคับแล้ว

2.จากปัญหา 4 ข้อดังกล่าว ทางเครือข่ายพยายามประสานขอเข้าพบแม่ทัพภาคที่ 4 เป็นเวลานานเกือบ 1 เดือนแต่ก็เงียบ ดังนั้นในเมื่อแม่ทัพภาคที่ 4 ขาดความสนใจต่อปัญหา จึงได้เรียกร้องผ่านสื่อเพื่อให้สาธารณะได้ทราบถึงข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น โดยใช้กิจกรรมทางการเมืองแบบสันติวิธี และข้อเรียกร้อง คือ
1) จนท.รัฐยุติพฤติกรรมคุกคามละเมิดสิทธิประชาชนทั่วไป รวมทั้ง นักกิจกรรมเพื่อสังคมทันที และ
2) กำชับตรวจสอบการทำงานของเจ้าหน้าที่รัฐ ให้เคารพต่อสิทธิและเสรีภาพของประชาชนอย่างเคร่งครัด
แต่ถ้าหากไม่สามารถพบแม่ทัพภาคที่ 4 อีก องค์กรเครือข่ายทั้ง 18 องค์กร จะมีการนัดประชุมเพื่อประเมินสถานการณ์และมีมาตรการณ์เชิงรุกต่อไป

3.ก่อนปิดการแถลงการณ์ ได้มีเจ้าหน้าที่จาก กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า และเจ้าหน้าที่ บก.ควบคุม 4 ค่ายเสนาณรงค์ ซักถามเกี่ยวกับจุดประสงค์ของการแถลงณ์การณ์ครั้งนี้ว่า การที่เครือข่ายหรือองค์กร มาแถลงณ์การณ์ให้สื่อมวลชนนำเสนอข่าวก่อน ที่ จะไปพบกับ แม่ทัพภาคที่ 4 เป็นการ ทำ IO เพื่อชิงความได้เปรียบขององค์กร ใช่หรือไม่ จนทำให้นายตูแวดานียา ตูแวแมแง กล่าวตอบแย้งไปว่า เครือข่ายได้พยายามประสานเพื่อขอเข้าพบกับแม่ทัพภาคที่ 4 แต่ระยะเวลาล่วงเลยมาแล้ว 1 เดือนก็ยังไม่ได้รับคำตอบหรือไม่มีการตอบรับ จึงต้องมีการสื่อสารกับสาธารณะ (สื่อมวลชน) ให้ได้รับรู้เกี่ยวกับปรากฏการณ์ การคุกคามดังกล่าว เพื่อให้สาธารณะได้รับรู้ถึงข้อเท็จจริงอีกด้านหนึ่งเพื่อเป็นการรักษาให้ไว้ซึ่งกิจกรรมทางการเมืองแบบสันติวิธี ในการตอบโจทย์ 


กลับขึ้นด้านบน