ชาวนานครสวรรค์ ฝืนมติ ครม.สูบน้ำต่อเนื่อง

ชาวนานครสวรรค์ ฝืนมติ ครม.สูบน้ำต่อเนื่อง

ชาวนานครสวรรค์ ฝืนมติ ครม.สูบน้ำต่อเนื่อง

รูปข่าว : ชาวนานครสวรรค์ ฝืนมติ ครม.สูบน้ำต่อเนื่อง

ชาวนานครสวรรค์ ฝืนมติ ครม.สูบน้ำต่อเนื่อง ชาวนาในจ.นครสวรรค์ ยังคงยืนยันที่จะสูบน้ำเข้าที่นาต่อไป แม้ครม.จะมีมติให้เกษตรกรหยุดสูบน้ำ ตั้งแต่วันนี้(16 ก.ค.) ขณะที่ผู้ว่าฯพิจิตรประกาศให้ 10 อำเภอเป็นพื้นที่ระสบภัยพิบัติแล้งเร่งขุดบ่อบาดาลเพิ่มเพื่อบรรเทาความเดือดร้อน

วันนี้ (16 ก.ค.) ชาวนา 3 ตำบล ในอ.บรรพตพิสัย จ.นครสวรรค์ ยังคงเดินเครื่องสูบน้ำกว่า 60 เครื่อง สูบน้ำเข้านาอย่างต่อเนื่อง แม้จะมีมติจากคณะรัฐมนตรี ขอให้ยุติการสูบน้ำเข้าในพื้นที่เกษตร เพื่อสำรองน้ำสำหรับการผลิตน้ำประปาก็ตาม

ชินกร เกรียงยะกุล นายก อบต.ท่างิ้ว ระบุว่า เห็นใจผู้ที่ใช้น้ำบริโภคและอุปโภค แต่มีความจำเป็นในการสูบน้ำเข้าที่นา เพื่อไม่ให้ต้นข้าว อายุเพียง 1 - 2 เดือนยืนต้นตาย หลังรัฐบาลขอความร่วมมือ ให้ชาวนาเริ่มเพาะปลูกหลังเดือนพฤษภาคม จึงอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งหาทางออกร่วมกัน
 
ส่วนสถานการณ์ภัยแล้งที่จ.พิจิตร ล่าสุดนายสุรชัย ขันอาสา ผู้ว่าราชการจังหวัด ประกาศพื้นที่ประสบภัยพิบัติแล้ง 10 อำเภอ จาก 12 อำเภอ พร้อมทั้งของบประมาณจากกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย สำหรับขุดเจาะและฟื้นฟูบ่อบาดาลเก่าอีกกว่า 800 บ่อ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อน

ขณะที่โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาเขื่อนแควน้อยบำรุงแดน อ.วัดโบสถ์ จ.พิษณุโลก เริ่มลดการส่งน้ำเข้าสู่คลองชลประทาน ให้พื้นที่เพาะปลูกข้าว จากเดิม 5 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เหลือ 3 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เพื่อเพิ่มปริมาณน้ำ ส่งไปช่วยเหลือปัญหาขาดแคลนน้ำอุปโภคบริโภค พื้นที่ภาคกลางลุ่มเจ้าพระยา แต่ฝนที่ตกขณะนี้ทำให้ปริมาณน้ำเริ่มมีระดับสูงขึ้น เช่นเดียวกับเขื่อนขุนด่านปราการชล จ.นครนายก ฝนตกลงทำให้ปริมาณน้ำในเขื่อนเพิ่มขึ้นเช่นกัน สามารถระบายน้ำลงแม่น้ำนครนายกได้วันละกว่า 100,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวัน แต่น้ำที่เหลืออยู่ ก็เพียงพอแค่ใช้อุปโภคบริโภคได้เท่านั้น


กลับขึ้นด้านบน