นักวิชาการด้านภัยพิบัติ คาดสิ้นฤดูฝนปีนี้น้ำอาจไม่เพียงพอทำนาปรังปีหน้า

นักวิชาการด้านภัยพิบัติ คาดสิ้นฤดูฝนปีนี้น้ำอาจไม่เพียงพอทำนาปรังปีหน้า

นักวิชาการด้านภัยพิบัติ คาดสิ้นฤดูฝนปีนี้น้ำอาจไม่เพียงพอทำนาปรังปีหน้า

รูปข่าว : นักวิชาการด้านภัยพิบัติ คาดสิ้นฤดูฝนปีนี้น้ำอาจไม่เพียงพอทำนาปรังปีหน้า

นักวิชาการด้านภัยพิบัติ คาดสิ้นฤดูฝนปีนี้น้ำอาจไม่เพียงพอทำนาปรังปีหน้า นักวิชาการด้านภัยพิบัติ คาดว่า สิ้นฤดูฝนปีนี้ (2558) อาจมีน้ำไม่เพียงพอ สำหรับการทำนาปรังในปีหน้า (2559) ขณะที่ผู้อำนวยการสำนักบริหารจัดการน้ำและอุทกวิทยา บอกว่า วิกฤตภัยแล้งที่เกิดขึ้นในขณะนี้ เพราะปริมาณฝนน้อยกว่าค่าเฉลี่ยปกติ ปริมาณน้ำในเขื่อนหลักทั้ง 4 เขื่อน คือ เขื่อนภูมิพล สิริกิติ์ แควน้อยบำรุงแดน และป่าสักชลสิทธิ์ เมื่อต้นเดือน พ.ค.ที่ผ่านมา

วันนี้ (17 ก.ค.2558) ในการเสวนาวิชาการ"ทางออก...วิกฤตภัยแล้ง" นายทองเปลว กองจันทร์ ผู้อำนวยการสำนักบริหารจัดการน้ำและอุทกวิทยา กรมชลประทาน ระบุว่า น้ำมีปริมาณมากกว่าช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา (2557) จึงมีการปล่อยน้ำสำหรับทำเกษตรตั้งแต่วันที่ 1 พ.ค.แต่จากการติดตามปริมาณฝน ตั้งแต่เดือน พ.ค.ต่อเนื่องเดือน มิ.ย.พบว่า มีปริมาณฝนน้อยกว่าค่าเฉลี่ยตามปกติจึงต้องลดการระบายน้ำเหลือ 28 ล้านลูกบากศ์เมตร และลดเหลือ 18 ล้านลูกบากศ์เมตรในปัจจุบัน เพื่อให้มีน้ำเพียงพอในการอุปโภค-บริโภค และรักษาระบบนิเวศน์ไปจนถึงวันที่ 17 ส.ค.

สำหรับปริมาณน้ำที่ไหลลงเขื่อนภูมิพลช่วงเดือน พ.ค. ถึงเดือน มิ.ย.ที่ผ่านมา มีปริมาณเพียงร้อยละ 1-2 ของปริมาณน้ำที่ไหลเข้าช่วงเวลาปกติ

ด้าน รศ.เสรี ศุภราทิตย์ ผู้อำนวยการศูนย์การเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศและภัยพิบัติ มหาวิทยาลัยรังสิต คาดว่า เมื่อสิ้นฤดูฝนน่าจะมีน้ำใช้การกักเก็บไว้ในเขื่อนหลัก 4 แห่ง ประมาณ 3,655 ล้านลูกบากศ์เมตร ซึ่งเป็นปริมาณที่ไม่เพียงพอสำหรับการทำนาปรัง

ขณะที่นายวิเชียร พวงลำเจียก นายกสมาคมชาวนาและเกษตกรไทย ระบุว่า ขณะนี้ชาวนา 22 จังหวัดในภาคกลาง ที่ปลูกข้าวไปเมื่อเดือน พ.ค.กำลังเดือดร้อนอย่างหนักเพราะไม่สามารถสูบน้ำเข้ามาหล่อเลี้ยงต้นข้าวได้ แม้จะมีมาตรการช่วยเหลือด้วยการขุดเจาะน้ำบาดาล แต่น้ำมีความเป็นกรดและด่าง ทำให้ไม่มีคุณภาพพอที่จะใช้ปลูกข้าว ขณะนี้ได้ส่งหนังสือถึงนายกรัฐมนตรี เพื่อให้ช่วยหาทางออกเรื่องของหนี้สินของชาวนาแล้ว


กลับขึ้นด้านบน