ความจริงจากบังกลาเทศ ตอนที่ 3 : พบเส้นทางค้ามนุษย์บังกลาเทศมาที่ประเทศไทย

ความจริงจากบังกลาเทศ ตอนที่ 3 : พบเส้นทางค้ามนุษย์บังกลาเทศมาที่ประเทศไทย

ความจริงจากบังกลาเทศ ตอนที่ 3 : พบเส้นทางค้ามนุษย์บังกลาเทศมาที่ประเทศไทย

รูปข่าว : ความจริงจากบังกลาเทศ ตอนที่ 3 : พบเส้นทางค้ามนุษย์บังกลาเทศมาที่ประเทศไทย

ความจริงจากบังกลาเทศ ตอนที่ 3 : พบเส้นทางค้ามนุษย์บังกลาเทศมาที่ประเทศไทย ทีมข่าวไทยพีบีเอสลงพื้นที่บังกลาเทศ 10 วันเต็มและพบเหตุผลที่ทำให้ชาวบังกลาเทศตัดสินใจหนีความยากจนไปหาชีวิตใหม่ในประเทศที่ 3 โดยพวกเขาเลือกจะใช้บริการนายหน้าค้ามนุษย์ล่องเรือไปในอ่าวเบงกอล แต่สุดท้ายไม่เป็นอย่างที่คาดหวัง บางคนถูกนายหน้าเรียกค่าไถ่และบางคนจบชีวิตระหว่างถูกควบคุมตัว

ผ่านไปแล้ว 3 เดือนที่นายเชคเคนเดอร์ อาลี ฟารุค ชาวบังกลาเทศ เดินทางไปมาเลเซียโดยผ่านการนำพาของนายหน้า นายเชคเคนเดอร์ อาลี มนซูร์ ก็ได้รับการติดต่อจากน้องชายผ่านนายหน้าที่ประเทศไทยว่า ครอบครัวของเขาต้องหาเงิน 150,000 ธากา หรือประมาณ 65,000 บาท ส่งไปให้นายหน้าแลกกับการส่งตัวน้องชายข้ามไปมาเลเซีย

แต่ครอบครัวที่บังกลาเทศหาเงินได้เพียง 19,000 ธากา หรือ 8,300 บาทเท่านั้นและหลังจากโอนเงินจำนวนนี้ไปให้นายหน้าได้เพียง 3 วัน น้องชายของนายมนซูร์ก็เสียชีวิตในป่า บริเวณชายแดนไทย-มาเลเซีย เมื่อวันที่ 17 เม.ย.2558 เป็นความสูญเสียที่ครอบครัวนี้ไม่เคยคาดคิดว่าจะเกิดขึ้น นายมนซูร์กล่าวว่า นายกามาลเป็นนายหน้าที่ชักชวนให้นายฟารุคและชาวบังกลาเทศอีกหลายสิบคนในจิตตะกองเดินทางไปมาเลเซีย

ข้อมูลจากนายตำรวจเมืองจิตตะกอง ระบุว่า นายหน้ามักรวบรวมคนจากทั่วประเทศมาพำนักที่จิตตะกอง ก่อนส่งลงเรือที่อ่าวเบงกอล หรืออาจไปลงเรือที่เมืองเทคนาฟ หรือชาปูราดิบ ซึ่งอยู่ทางตอนใต้ของบังกลาเทศ

สอดคล้องกับคำบอกเล่าของนายหน้าชาวบังกลาเทศที่ไทยพีบีเอสได้พบที่เมืองชาปูราดิบ เขากล่าวว่า ผู้อพยพที่เดินทางมาลงเรือที่ชาปูราดิบ มีทั้งมาจากเมืองธากา เมืองหลวงของบังกลาเทศ, จิตตะกองและคอกซ์บาซาร์ นอกจากนั้นยังมีชาวโรฮิงญาจากค่ายอพยพต่างๆ รวมทั้งชาวเมียนมาด้วย โดยนายหน้าจะนำผู้อพยพขึ้นเรือประมงพื้นบ้านไปส่งที่เรือประมงไทย ซึ่งลอยลำอยู่ระหว่างชายแดนบังกลาเทศกับเมียนมา บริเวณเกาะเซนต์มาร์ติน ก่อนเดินทางไปยังประเทศไทย


กลับขึ้นด้านบน