รอเสนอวุฒิฯตั้งกรรมการสิทธิ์ฯใหม่ 7 คน มีทั้งแพทย์-นักกฎหมาย-นักเคลื่อนไหว

รอเสนอวุฒิฯตั้งกรรมการสิทธิ์ฯใหม่ 7 คน มีทั้งแพทย์-นักกฎหมาย-นักเคลื่อนไหว

รอเสนอวุฒิฯตั้งกรรมการสิทธิ์ฯใหม่ 7 คน มีทั้งแพทย์-นักกฎหมาย-นักเคลื่อนไหว

รูปข่าว : รอเสนอวุฒิฯตั้งกรรมการสิทธิ์ฯใหม่ 7 คน มีทั้งแพทย์-นักกฎหมาย-นักเคลื่อนไหว

รอเสนอวุฒิฯตั้งกรรมการสิทธิ์ฯใหม่ 7 คน มีทั้งแพทย์-นักกฎหมาย-นักเคลื่อนไหว วันนี้ (21 ก.ค.2558) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตามที่ได้มีประกาศคณะกรรมการสรรหากรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ลงวันที่ 22 พฤษภาคม 2558 รับสมัครบุคคลเพื่อเข้ารับการสรรหาเป็นกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ตั้งแต่วันที่ 25 พฤษภาคม 2558 ถึงวันที่ 15 มิถุนายน 2558 ซึ่งปรากฏว่ามีผู้ยื่นใบสมัคร จำนวน 121 คน นั้น

คณะกรรมการสรรหากรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ในการประชุมครั้งที่ 2/2558 เมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม 2558 ได้พิจารณาเลือกบุคคลผู้สมควรเป็นกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ จากผู้สมัครรวมจำนวน 121 คน โดยพิจารณาจากผลงานหรือประสบการณ์ ด้านการคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของประชาชน เป็นที่ประจักษ์ กรอบแนวคิดในการดำเนินงานของผู้สมัครหากได้รับเลือกเป็นกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ การมีส่วนร่วมของผู้แทนจากองค์การเอกชนด้านสิทธิมนุษยชน ตามมาตรา 256 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550 โดยคำนึงถึงสัดส่วนชายหญิง ตามมาตรา 5 แห่งพระราชบัญญัติคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ พ.ศ. 2542 และการเป็นบุคคลจากภาคส่วนต่างๆ ที่หลากหลาย ซึ่งมีผู้ได้รับการคัดเลือก จำนวน 7 คน ได้แก่
1.นางฉัตรสุดา จันทร์ดียิ่ง เลขานุการศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดสมุทรปราการ
2.นายบวร ยสินทร ประธานเครือข่ายราษฎรอาสาปกป้องสถาบัน
3.นางประกายรัตน์ ต้นธีรวงศ์ นายกสมาคมบัณฑิตสตรีทางกฎหมายแห่งประเทศไทย
4.นายวัส ติงสมิตร ผู้พิพากษาอาวุโสในศาลฎีกา สำนักงานศาลยุติธรรม
5.ศ.นพ.ศุภชัย ถนอมทรัพย์ อาจารย์คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี
6.นายสุรเชษฐ์ สถิตนิรามัย รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข
7.นางอังคณา นีละไพจิตร นักเคลื่อนไหวสตรี

ทั้งนี้คณะกรรมการสรรหากรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ จะได้เสนอรายชื่อผู้ได้รับเลือกพร้อมความยินยอมของผู้นั้น ต่อประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ทำหน้าที่ประธานวุฒิสภา เพื่อดำเนินการ ตามประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ 48/2557 ลงวันที่ 29 พฤษภาคม 2557 เรื่อง การสรรหาบุคคลเพื่อดำรงตำแหน่งแทนตำแหน่งที่ว่าง ประกอบมาตรา 256 และมาตรา 206 (2) ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550 ต่อไป 


กลับขึ้นด้านบน