ปลัดทส.แนะกฟผ.ถอนอีเอชไอเอโรงไฟฟ้า สผ.ยันจะยังไม่พิจารณาจนกว่าจะมีมติ 3 ฝ่าย

ปลัดทส.แนะกฟผ.ถอนอีเอชไอเอโรงไฟฟ้า สผ.ยันจะยังไม่พิจารณาจนกว่าจะมีมติ 3 ฝ่าย

ปลัดทส.แนะกฟผ.ถอนอีเอชไอเอโรงไฟฟ้า สผ.ยันจะยังไม่พิจารณาจนกว่าจะมีมติ 3 ฝ่าย

รูปข่าว : ปลัดทส.แนะกฟผ.ถอนอีเอชไอเอโรงไฟฟ้า สผ.ยันจะยังไม่พิจารณาจนกว่าจะมีมติ 3 ฝ่าย

ปลัดทส.แนะกฟผ.ถอนอีเอชไอเอโรงไฟฟ้า สผ.ยันจะยังไม่พิจารณาจนกว่าจะมีมติ 3 ฝ่าย ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติฯ แนะกฟผ.ถอนอีเอชไอเอออกไปก่อน จนกว่าจะมีมติจากไตรภาคีว่าให้ดำเนินการอย่างไร และให้มีข้อยุติก่อน ด้านเลขาธิการสผ.ระบุจะไม่มีการพิจารณาอีเอชไอเอโรงไฟฟ้ากระบี่จนกว่าจะได้ข้อยุติ ส่วนอีเอชไอเอท่าเรือขนถ่านหินก็ยังไม่ยื่นเข้ามา แม้จะยื่นตอนนี้ก็จะยังไม่พิจารณา แนะให้มีการพูดคุยกัน

หลังจากตัวแทนเครือข่ายปกป้องอันดามันจากถ่านหินจังหวัดกระบี่ นำโดย นายอัครเดช ฉากจินดา แกนนำกลุ่มปกป้องอันดามันจากถ่านหิน พร้อมด้วย นายศรีเภา รุจิพัชรกุล นายกองค์การบริหารส่วนตำบลเกาะกลาง อ.เกาะลันตา จ.กระบี่ ร่วมเจรจา 3 ฝ่ายกับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) และตัวแทนภาครัฐโดยที่ประชุมยังมีมติให้ทำหนังสือไปยังสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม หยุดพิจารณารายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม (อีไอเอ) และรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบด้านสุขภาพและสิ่งแวดล้อม (อีเอชไอเอ) รวมถึงการประมูลการสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหิน และกระบวนการก่อนหน้านี้ โดยให้ตั้งคณะกรรมการศึกษาผลกระทบและข้อเท็จจริงร่วมกันนั้น

วันนี้ (25 ก.ค.2558) นายเกษมสันต์ จิณณวาโส ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ระบุว่าขณะนี้การไฟฟ้าฝ้ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ได้จัดทำรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบด้านสุขภาพและสิ่งแวดล้อม (อีเอชไอเอ) ส่งมาที่สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.)แล้ว แต่สผ. ยังไม่พิจารณาจนกว่าจะมีมติที่ประชุมของคณะกรรมการไตรภาคีที่รัฐบาลจะตั้งขึ้น เพื่อมาหารือ จนกว่าจะได้ข้อยุติ ส่วนท่าเทียบเรือขนส่งถ่านหิน ได้จัดทำรายงานอีเอชไอเอ เช่นกัน แม้ว่าพ.ร.บ.ส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม จะกำหนดให้ทำเพียงรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม (อีไอเอ) ก็ตาม โดยโครงการของ กฟผ.ทั้งสองโครงการ เป็นโครงการของรัฐ ไม่ติดเงื่อนไขด้านเวลา

“ผมว่าทางออกที่ดีที่สุดคือทางสผ. ได้ชะลอการพิจารณา ทั้ง 2 โครงการแล้ว จึงแนะนำให้กฟผ.มาถอนรายงานทั้ง 2 เรื่องออกไปจากสผ. เพื่อสร้างความจริงใจของรัฐบาล และรอผลการพิจารณาของคณะกรรมการไตรภาคี ที่เป็นไปตามข้อเรียกร้อง และข้อเสนอ ควรดำเนินการทั้ง 3 ทาง จนกว่าจะได้ข้อยุติ ตามที่ เป็นผลการพิจารณาของกรรมการไตรภาคี” ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติฯกล่าว

ด้าน นางระวิวรรณ ภูริเดช เลขาธิการสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.)กล่าวว่า ในภาพรวมโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินกระบี่ ยังไม่ผ่านการพิจารณารายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม ซึ่งอยู่ระหว่างที่กฟผ. เสนอเข้ามาใหม่ แต่ยังไม่มีการนำเสนอในคณะกรรมการผู้ชำนาญการ (คชก.) พิจารณา ส่วนโครงการท่าเทียบเรือคลองรั้ว ยังไม่ส่งรายงานอีไอเอเข้ามาให้พิจารณาเช่นกัน

จึงสรุปว่าโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินยังไม่ได้รับการอนุมัติให้เดินหน้าโครงการ และในระหว่างที่รอคณะกรรมการไตรภาคีตามข้อเสนอของชาวบ้าน ทางสผ.ก็จะไม่ดำเนินการใดๆ พร้อมทั้งอยากเรียกร้องให้เจ้าของโครงการพูดคุย และรับฟังความเห็นจากคณะกรรมการ เช่น กรณีให้ใช้พลังงานทดแทน ซึ่งหากได้ข้อสรุปและมีความชัดเจนก็จะส่งผลให้ต้องปรับแผนการก่อสร้างและต้องทำรายงานอีไอเอใหม่ จึงขอให้ทุกฝ่ายหันหน้าพูดคุย และสบายใจว่า ระหว่างนี้จะยังไม่มีการพิจารณาอีไอเออย่างแน่นอน

ติดตามข่าวสารผ่านแฟนเพจเฟซบุ๊ค ไทยพีบีเอสออนไลน์
https://www.facebook.com/ThaiPBSNews?ref=hl
 


กลับขึ้นด้านบน