ก.เกษตรฯวางนโยบายช่วยเหลือชาวนา จ.ชัยนาท

ก.เกษตรฯวางนโยบายช่วยเหลือชาวนา จ.ชัยนาท

ก.เกษตรฯวางนโยบายช่วยเหลือชาวนา จ.ชัยนาท

รูปข่าว : ก.เกษตรฯวางนโยบายช่วยเหลือชาวนา จ.ชัยนาท

ก.เกษตรฯวางนโยบายช่วยเหลือชาวนา จ.ชัยนาท วันนี้(26 ก.ค.2558) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกณ์ ลงพื้นที่เขื่อนเจ้าพระยา ติดตามปัญหาภัยแล้งในจ.ชัยนาท โดยเน้นวางนโยบายแก้ปัญหาน้ำน้อยในพื้นที่เร่งด่วน ขณะที่เกษตรกรหลายพื้นที่ที่ยังไม่ได้รับน้ำ เดินทางมายื่นหนังสือต่อรัฐมนตรี เพื่อร้องเรียนให้เข้าไปช่วยเหลือ

วันนี้ (26 ก.ค.2558) นายปีติพงศ์ พึ่งบุญ ณ อยุธยา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกณ์ ลงพื้นที่เขื่อนเจ้าพระยา เพื่อติดตามสถานการณ์ปัญหาภัยแล้งใน จ.ชัยนาท นายปีติพงศ์ ระบุว่า ขณะนี้ได้มีวางแนวทางการช่วยเหลือชาวนาไว้คือ 1.ภาระหนี้สิ้นจะเน้นให้ ธกส.หาแนวทางช่วยหลือ 2.จะเน้นส่งเสริมการขุดบ่อประจำไร่นา 3.การส่งเสริมการปรับเปลี่ยนปลูกพืชฤดูแล้ง 4. ส่งเสริมให้เกษตรกรทำฟาร์อาหาร และ 5.เน้นให้กรมชลประทานมีการจ้างงานในพื้นที่

โดยในระหว่างการประชุม นายโสภณ งามขำ ชาวบ้านหมู่ 5 ต.โรงช้าง อ.พรหมบุรี จ.สิงห์บุรี เดินทางมาที่เขื่อนเจ้าพระยา เพื่อรอยื่นหนังสื่อให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์จะมาดูสถานการภัยแล้งในพื้นที่จ.สิงห์บุรี แต่ขณะนี้ยังไม่มีโอกาสได้ยื่นหนังสือเพราะเจ้าหน้ากันพื้นที่ไม่ให้เข้าพบตั้งแต่ช่วงเช้า โดยมีเนื้อหาในหนังสือร้องเรียน ระบุว่า พื้นที่ต.รวงช้าง ต.หัวป่าและต.พระงาม เป็นพื้นที่ท้ายน้ำยังไม่ได้รับน้ำแม้แต่น้อยจึงขอร้องให้ช่วยเหลือเครื่องสูบน้ำ และปล่อยน้ำให้ถึงท้ายคลองเพราะขณะนี้เดือดร้อนมาก

ทั้งนี้หากย้อนไปดูความเดือดร้อนของชาว จ.สิงห์บุรี ถึงเหตุผลของการมายื่นหนังสือและในกรณีชาวนายังไม่รับความช่วยเหลือเลยทั้งที่อายุข้าวเข้าข่ายได้รับการช่วยเหลือเหลือเร่งด่วนที่อ.พรหมบุรี จ.สิงห์บุรี  ในพื้นที่คลอง 1 ซ้ายบรมธาตุชัยนาท ต.โรงช้าง อ.พรหมบุรี จ.สิงห์บุรี ขณะนี้แห้งขอดไม่เหลือแม้แต่น้ำนอนคลอง ผู้ใช้น้ำจากคลองสายนี้ ระบุว่า เฝ้ารอน้ำที่รัฐบาลสั่งให้ปล่อยมาช่วยภาคการเกษตรน้ำ เพื่อรักษาข้าวที่กำลังตั้งท้องออกรวง แต่เพราะระยะทางจากเขื่อนเจ้าพระยาชัยนาท ที่ผ่านหลายตำบลกว่า 60 กิโลเมตร จึงแทบไม่มีโอกาสได้น้ำ และด้วยพื้นที่ติดกับแม่น้ำสายหลักอย่างแม่น้ำเจ้าพระยา การสูบน้ำจากที่นี่เข้าสู่คลองบางไผ่ดำ ก่อนส่งถึงที่นา จึงเป็นอีกทางเลือกของชาวนาที่นี่ เพื่อเลี้ยงต้นข้าวให้อยู่รอดถึงวันเก็บเกี่ยว

นายบุญธรรม พูลเจริญ ชาวบ้านหมู่ 6 ต.โรงช้าง อ.พรหมบุรี จ.สิงห์บุรี  ระบุว่า การให้สูบน้ำเพียง 3 วัน ทำให้น้ำที่เหลือในคลองบางไผ่ดำขณะนี้พอเลี้ยงนาข้าวได้เพียง 100 ไร่ ขณะที่กรมชลประทานได้เก็บเครื่องสูบน้ำกลับไปแล้ว จึงยังไม่เห็นคำตอบว่าจะรักษาที่นาอีกกว่า 2,000 ไร่ อย่างไร เช่นเดียวนายโสภณ งามขำ ชาวบ้านหมู่ 5 ต.โรงช้าง อ.พรหมบุรี จ.สิงห์บุรี ระบุว่า นาอีกกว่า 40 ไร่ ในพิ้นที่ ก็เริ่มออกรวงแล้ว แต่หากขาดน้ำมาหล่อเลี้ยง ข้าวจะลีบและไม่มีเมล็ดเงินลงทุนกว่า 100,000 บาท จึงอาจสูญไปทั้งหมด

ทั้งนี้สถานการณ์น้ำในเขื่อนหลักภูมิพลระบายน้ำอยู่ที่ 5 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวัน เขื่อนสิริกิติ วันละ 11 ล้านลูกบาก์เมตรต่อวัน แม้ยังมีปริมาณน้ำไหลเข้าเขื่อนไม่มาก แต่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์คาดการณ์ว่าฝนจะตกอย่างแน่นอนในเร็วๆนี้


กลับขึ้นด้านบน