นิด้า-สวนดุสิตโพล ชี้ประชาชนให้ปรับ ครม.เศรษฐกิจ

นิด้า-สวนดุสิตโพล ชี้ประชาชนให้ปรับ ครม.เศรษฐกิจ

นิด้า-สวนดุสิตโพล ชี้ประชาชนให้ปรับ ครม.เศรษฐกิจ

รูปข่าว : นิด้า-สวนดุสิตโพล ชี้ประชาชนให้ปรับ ครม.เศรษฐกิจ

นิด้า-สวนดุสิตโพล ชี้ประชาชนให้ปรับ ครม.เศรษฐกิจ สวนดุสิตโพลและนิด้าโพลชี้ประชาชนส่วนมากเห็นว่าถึงเวลาต้องปรับคณะรัฐมนตรีแล้ว โดยเฉพาะรัฐมนตรีที่กำกับดูแลงานด้านเศรษฐกิจ ขณะที่รองอธิการบดี มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช แนะให้ดึงบุคคลากรจาก 2 พรรคการเมืองใหญ่เข้าร่วมคณะรัฐมนตรีเชื่อช่วยลดแรงเสียดทานภายนอกได้

รศ.ยุทธพร อิสรชัย รองอธิการบดี มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช ระบุถึงกระแสการปรับคณะรัฐมนตรีในขณะนี้ว่าเป็นเรื่องปกติ เพราะสถานการณ์เปลี่ยนไปโดยเฉพาะรัฐมนตรีที่กำกับดูแลงานด้านเศรษฐกิจ เนื่องจากขณะนี้ประชาชนไม่มีความเชื่อมั่น แม้มีเงิน แต่ก็ไม่กล้าใช้จ่าย เชื่อหากปรับคณะรัฐมนตรีโดยนำคนที่มีภาพลักษณ์หรือผลงานเป็นที่ประจักษ์เข้าร่วมจะเรียกความเชื่อมั่นกลับมาได้ รศ.ยุทธพร ระบุด้วยว่าการปรับคณะรัฐมนตรีครั้งนี้หากนำตัวแทน 2 พรรคการเมืองใหญ่เข้าร่วมจะช่วยลดแรงเสียดทานจากภายนอก แม้จะไม่ถึงขั้นรัฐบาลแห่งชาติ แต่เชื่อว่าจะส่งผลดีในแง่ความปรองดอง

ด้านนายอุดมเดช รัตนเสถียร ทีมกฏหมายพรรคเพื่อไทย ไม่เชื่อว่าจะมีแกนนำพรรคเพื่อไทย เช่น นายพงษ์เทพ เทพกาญจนา เข้าร่วมคณะรัฐมนตรี เชื่อเป็นเพียงกระแสข่าวเท่านั้น ขณะที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ระบุถึงกระแสข่าวการปรับคณะรัฐมนตรีว่าเป็นดุลยพินิจของนายกรัฐมนตรี แต่ขอเรียกร้องให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา แสดงความชัดเจนในเรื่องนี้ เพราะหากปล่อยไว้จะทำให้ปัญหาเศรษฐกิจยืดเยื้อและเป็นอุปสรรคกับการทำงานของรัฐบาล

ด้านสวนดุสิตโพลเปิดผลสำรวจความคิดเห็นเรื่อง ประชาชนคิดอย่างไรกับการปรับ ครม.ประยุทธ์ 2 พบประชาชนส่วนใหญ่ ร้อยละ 68.11 เห็นด้วย เพราะบางกระทรวงมีผลงานไม่โดดเด่น ไม่สามารถแก้ปัญหาให้ดีขึ้นได้  รองลงมา ไม่แน่ใจ เพราะไม่รู้ว่าปรับแล้วจะดีขึ้นหรือแย่ลง และไม่เห็นด้วยเพราะการทำงานหยุดชะงักไม่ต่อเนื่อง ส่วน 3 กระทรวงแรก ที่ประชาชนคิดว่าควรปรับคือกระทรวงการคลัง กระทรวงพาณิชย์ และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

ขณะที่นิด้าโพลเปิดผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชน เรื่อง ได้เวลาปรับคณะรัฐมนตรีในรัฐบาลพลเอกประยุทธ์หรือยังพบว่าส่วนใหญ่ ร้อยละ 47.72 ระบุว่า ควรปรับเพราะเศรษฐกิจตกต่ำมาก ร้อยละ 41.81 ระบุว่าไม่ควรปรับ เพราะไม่ต้องการเห็นบ้านเมืองวุ่นวาย และควรให้โอกาสเพื่อพิสูจน์ในการทำงาน

ส่วนรัฐมนตรีที่ควรถูกปรับออกจากตำแหน่งมากที่สุด อันดับ 1 คือ พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ รองลงมา นางอภิรดี ตันตราภรณ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ และนายปีติพงศ์ พี่งบุญ ณ อยุธยา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์


กลับขึ้นด้านบน