จับตาหนังจีนแย่งพื้นที่ทำเงินจากฮอลลีวูด

จับตาหนังจีนแย่งพื้นที่ทำเงินจากฮอลลีวูด

จับตาหนังจีนแย่งพื้นที่ทำเงินจากฮอลลีวูด

รูปข่าว : จับตาหนังจีนแย่งพื้นที่ทำเงินจากฮอลลีวูด

จับตาหนังจีนแย่งพื้นที่ทำเงินจากฮอลลีวูด หลังจากจีนพยายามกระตุ้นการผลิตหนังภายในประเทศอย่างหนัก ทั้งจำกัดโควตาห้ามหนังจากตะวันตกเข้าไปฉายและอุดหนุนทุนสร้าง ปีนี้ก็แสดงให้เห็นดอกผลของการลงแรงอย่างชัดเจน ซึ่งเมื่อสัปดาห์ที่แล้วหนังทำเงิน 10 อันดับแรกของโลก เป็นของภาพยนตร์ที่ผลิตจากจีนไปกว่าครึ่งนึง

ในโลกที่มีทั้งมนุษย์และมอนสเตอร์อาศัยอยู่ร่วมกัน ชายคนหนึ่งได้ให้กำเนิดสัตว์ประหลาดรูปร่างคล้ายหัวไชเท้าท่ามกลางความงุนงง โดยไม่รู้เลยว่าลูกชายตัวน้อยคือผู้กุมอนาคตแห่งโลกมอนสเตอร์เอาไว้ เรื่องราวแฟนตาซีใน Monster Hunt ภาพยนตร์สามมิติคนแสดงร่วมกับตัวละคร CGI จากประเทศจีน สร้างความประหลาดใจให้กับวงการภาพยนตร์ทั่วโลกด้วยการเปิดตัวแบบทุบสถิติของหนัง IMAX สถิติรายได้วันแรกสูงสุด และรายได้วันเดียวมากที่สุดในประวัติศาสตร์ภาพยนตร์จีน กลายเป็นหนังที่ไปถึงหลักพันล้านหยวนได้เร็วที่สุดเพียง 8 วัน และพุ่งเข้าสู่อันดับหนึ่งในชาร์ตหนังทำเงินของโลกอย่างรวดเร็วตั้งแต่เปิดตัว

ยังมีหนังจากแดนมังกรอีกหลายเรื่องที่สองสัปดาห์ที่ผ่านมาติดเข้าไปใน 10 อันดับหนังทำเงินของโลกอย่างต่อเนื่อง ทั้ง Pancake Man หนังเบาสมองล้อเลียนซูเปอร์ฮีโร่ที่ตามมาเป็นอันดับสอง ตามมาด้วย Monkey King: Hero Is Back ภาพยนตร์แอนิเมชั่นที่มีหงอคงเป็นตัวเอกในอันดับสาม และกำลังจ่อทำลายสถิติเดิมของ Kung Fu Panda 2 สำหรับหนังอนิเมชั่นทำเงินสูงสุดในจีน ยังไม่นับอีกหลายเรื่องเช่นหนังแนวดราม่าอย่าง Forever Young หรือภาคต่อโรแมนติกคอเมดี้ Tiny Times 4.0 ที่แม้จะไม่ได้เปิดตัวหวือหวา แต่ก็ยังสร้างรายได้เป็นกอบเป็นกำบ่งบอกถึงระดับคุณภาพหนังภายในวงการภาพยนตร์จีนที่กำลังพัฒนาศักยภาพตัวเองอย่างเต็มที่เพื่อลงแข่งขันตลาดกับภาพยนตร์ฮอลลีวูด

ทุกปีในช่วงเดือนกรกฎาคมซึ่งเป็นฤดูร้อนของประเทศจีน เป็นที่รู้กันภายในว่าทางการจะห้ามฉายภาพยนตร์สหรัฐฯ เพื่อเปิดทางให้หนังในประเทศเข้าทำเงินอย่างเต็มที่ แต่ที่ผ่านมามาตรการนี้กลับไม่ค่อยได้ผลเนื่องจากหนังที่เข้าฉายไม่ดึงดูดใจเท่าฮอลลีวูด ในปีนี้จึงเป็นปีแรกที่ภาพยนตร์จีนทำเงินได้อย่างคึกคักจนติดอันดับโลกหลายเรื่อง ด้าน Rob Cain นักวิเคราะห์ตลาดภาพยนตร์จีนและอินเดียจาก Forbes มองว่าเป็นเพราะความหลากหลายของเนื้อหาที่เพิ่มมากขึ้น ทั้งหนังครอบครัว แอ็คชั่นเบาสมอง ตลอดจนโรแมนติกดราม่า ทำให้คนสนใจไปดูหนังที่ตัวเนื้อหา ต่างจากโปรแกรมในช่วงตรุษจีนที่ชาวจีนหลายร้อยล้านคนมักจะยกกันไปดูทั้งครอบครัว โดยทางการจีนประเมินตัวเลขว่าปรากฏการณ์ในสัปดาห์ที่ผ่านมา หนังในประเทศทำรายได้ไปถึง 54% ของรายได้ตั๋วตั้งแต่ต้นปี ดังนั้นแม้ว่าหลังจากนี้ฮอลลีวูดจะทำเงินได้ดีมากแค่ไหนก็จะได้ส่วนแบ่งตลอดทั้งปีไม่เกิน 45% เท่านั้น

ขณะที่หนังจีนทำเงินได้ดีมากในบ้านเกิด แต่ดูเหมือนสำหรับต่างประเทศแล้วจะไปได้ไม่ค่อยสวยนัก สาเหตุก็น่าจะมาจากหนังส่วนใหญ่เป็นหนังเบาสมอง ซึ่งความตลกนั้นดูเหมือนจะไม่ถูกรสนิยมของต่างชาติมากนัก แถมคนภายนอกก็ยังมีภาพจำของหนังจีนในแนวกังฟูมากกว่าด้วย


กลับขึ้นด้านบน