ผู้ว่าฯสงขลายืนยัน โรงไฟฟ้า-ท่าเรือขนส่งถ่านหิน คือความภาคภูมิใจ-ห้ามคนต้านเข้าร่วม

ผู้ว่าฯสงขลายืนยัน โรงไฟฟ้า-ท่าเรือขนส่งถ่านหิน คือความภาคภูมิใจ-ห้ามคนต้านเข้าร่วม

ผู้ว่าฯสงขลายืนยัน โรงไฟฟ้า-ท่าเรือขนส่งถ่านหิน คือความภาคภูมิใจ-ห้ามคนต้านเข้าร่วม

รูปข่าว : ผู้ว่าฯสงขลายืนยัน โรงไฟฟ้า-ท่าเรือขนส่งถ่านหิน คือความภาคภูมิใจ-ห้ามคนต้านเข้าร่วม

ผู้ว่าฯสงขลายืนยัน โรงไฟฟ้า-ท่าเรือขนส่งถ่านหิน คือความภาคภูมิใจ-ห้ามคนต้านเข้าร่วม ทหารพรึบ-รถถังโผล่-ลวดหนามกั้น เวทีรับฟังความเห็นโรงไฟฟ้าเทพาครั้งสุดท้ายห้ามคนต้านเข้าร่วม ผู้ว่าฯสงขลา ยืนยัน โรงไฟฟ้า-ท่าเรือขนส่งถ่านหิน คือความภาคภูมิใจ

วันนี้ (27 ก.ค.2558) บรรยากาศการจัดเวทีรับฟังความคิดเห็นเพื่อทบทวนร่างรายงานผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพครั้งสุดท้าย  (ค3) โครงการโรงไฟฟ้าเทพา จ.สงขลา ขนาด 2,200 เมกะวัตต์ ซึ่งการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) จัดขึ้นเมื่อวันที่ 27 ก.ค.ที่ผ่านมา ณ อบต.ปากบาง เป็นไปอย่างตึงเครียด ท่ามกลางมาตรการรักษาความปลอดภัยเข้มงวด

บริเวณโดยรอบ อบต.ปากบาง มีการกั้นลวดหนามหนาแน่นป้องกันไม่ให้ชาวบ้านที่คัดค้านโรงไฟฟ้าเข้ามาในพื้นที่ และมีการเพิ่มกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจและทหารกว่า 1,500 นาย ดูแลความสงบเรียบร้อย ขณะที่ด้านนอกปิดช่องทางจราจรบนถนนสายหลักเส้นทางปัตตานี-หาดใหญ่ เหลือเพียงช่องทางเดียวและพบรถถังและรถฮัมวี่วิ่งวนอยู่ตลอดเวลา

ด้านใน อบต.ปากบาง มีชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (ชรบ.) และอาสาสมัครป้องกันภัยฝ่ายพลเรือน (อปพร.) อีกกว่า 500 นาย คอยสังเกตการณ์ โดยเวทีเริ่มตั้งแต่ 8.00 น เจ้าหน้าที่ได้แจกบัตรคิวให้ผู้ที่ลงทะเบียนไว้จำนวน 60 คน อนุญาตให้พูดได้คนละ 5 นาที ซึ่งความเห็นส่วนใหญ่ชื่นชมและเห็นด้วยกับการสร้างโรงไฟฟ้า ขณะที่ชาวบ้านที่คัดค้านประมาณ 50 ราย ถือธงและป้ายคัดค้านโครงการอยู่ด้านนอก

นายธำรงค์ เจริญกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา ในฐานะประธานการจัดเวที ค3 กล่าวต่อที่ประชุมว่า ตั้งแต่ กฟผ.มีโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินเทพา ทำให้คนเทพากลายเป็นที่รู้จักของคนทั้งประเทศ ซึ่งสร้างความภูมิใจให้กับคนเทพา และคนเทพาจะได้เป็นเจ้าของโรงไฟฟ้าและท่าเรือขนส่งถ่านหินที่กำลังจะเกิดขึ้นนี้ในฐานะที่จ่ายภาษีให้กับประเทศ

"วันนี้เป็นวันที่เราเพียงมารับรู้ รับทราบ รับฟัง สอบถามข้อข้องใจจากผู้เชี่ยวชาญที่ กฟผ.จ้างมา ว่าเขาคิดอย่างไร และอยากจะแก้ปัญหาอย่างไร ผมขอยืนยันว่าในทางราชการไม่มีคำสั่งไม่ให้คนที่เห็นต่างมาร่วมรับฟัง และ อ.เทพา เป็นพื้นที่ความมั่นคง จึงสามารถใช้คำสั่ง (กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย) ได้” นายธำรงค์ กล่าว

ขณะที่ชาวบ้านในนามเครือข่ายคนสงขลา-ปัตตานีไม่เอาถ่านหิน ออกแถลงการณ์แสดงจุดยืนคัดค้านการจัดเวที ค3 ในครั้งนี้ พร้อมทั้งเรียกร้องใน 6 ประเด็น ประกอบด้วย

1.ให้ ผู้ว่าฯสงขลายกเลิกเป็นประธานการประชุมเพื่อความโปร่งใส

2. ผู้ว่าฯสงขลา ต้องชี้แจงการออกคำสั่งกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และกล่าวหาผู้เห็นต่างว่าเป็นผู้ก่อความไม่สงบเรียบร้อย

3.ทบทวนการจัดกระบวนการรับฟังความคิดเห็นใหม่ตั้งแต่ต้น

4.ขอประณามการจัดเวที ค1 และ ค2 ของบริษัทเอกชนแห่งนี้เพราะใช้วิธีสกปรกด้วยการให้ประชาชนลงชื่อเพื่อรับข้าวสารฟรี

5.ขอให้รัฐบาลเปิดใจรับฟังข้อมูลจากประชาชน ยืนยันว่าหากไม่สร้างโรงไฟฟ้าเทพาและกระบี่ ประเทศก็ยังมีไฟฟ้าเพียงพอ

6.ประชาชนสงขลา-ปัตตานี อยู่ท่ามกลางความทุกข์จากเหตุการณ์ความไม่สงบก็หนักพอแล้ว แต่ กฟผ.กลับสร้างความแตกแยกเพิ่ม และภาครัฐใช้อำนาจข่มขู่รังแกประชาชน ซึ่งทำให้ผิดหวังมาก

อนึ่ง โรงไฟฟ้าเทพา จ.สงขลา มีขนาด 2,200 เมกะวัตต์ ใหญ่กว่าโรงไฟฟ้ากระบี่ (ขนาด 800 เมกะวัตต์) อยู่เกือบ 3 เท่า และใช้เวลาจัดทำกระบวนการรับฟังความคิดเห็นเพียง 8 เดือนเท่านั้น

    ทั้งนี้ ในวันที่ 28 ก.ค.นี้ จะมีการจัดเวทีรับฟังความคิดเห็นการจัดสร้างท่าเรือขนส่งถ่านหิน (ค3) ในเวลาเดียวกัน


กลับขึ้นด้านบน