3 เขื่อนหลักภาคเหนือปริมาณน้ำเพิ่มขึ้น หลังฝนตกต่อเนื่อง

3 เขื่อนหลักภาคเหนือปริมาณน้ำเพิ่มขึ้น หลังฝนตกต่อเนื่อง

3 เขื่อนหลักภาคเหนือปริมาณน้ำเพิ่มขึ้น หลังฝนตกต่อเนื่อง

รูปข่าว : 3 เขื่อนหลักภาคเหนือปริมาณน้ำเพิ่มขึ้น หลังฝนตกต่อเนื่อง

3 เขื่อนหลักภาคเหนือปริมาณน้ำเพิ่มขึ้น หลังฝนตกต่อเนื่อง สภาพอากาศที่แปรปรวนยังคงส่งกระทบในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะภาคเหนือและตะวันออกเฉียงเหนือ ที่ต้องเผชิญทั้งภัยแล้งและดินโคลนถล่ม ขณะที่ฝนที่ตกหนักในจ.บึงกาฬ ทำให้เกิดหลุมยุบ รถไม่สามารถสัญจรได้

วันนี้ (27 ก.ค.2558) สภาพถนนเชื่อมหมู่บ้านระหว่างบ้านปทุมรัตน์ - บ้านหนองแวง บริเวณห้วยคลองหนองลาด ต.สมสนุก อ.ปากคาด จ.บึงกาฬ เป็นหลุมยุบ หลังฝนตกหนักและดินสไลด์ รถยนต์ไม่สามารถสัญจรได้ เจ้าหน้าที่ต้องเร่งซ่อมแซม เพื่อป้องกันถนนทรุดเพิ่ม เช่นเดียวกับที่อ.อมก๋อย จ.เชียงใหม่ ทหารและเจ้าหน้าที่ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ยังคงให้การช่วยเหลือประชาชนที่ถูกน้ำท่วม ในเขตรอยต่อต.แม่วะหลวง อ.ท่าสองยาง จ.ตาก ต.แม่สวด อ.สบเมย จ.แม่ฮ่องสอน และต.สบโขง อ.อมก๋อย จ.เชียงใหม่ หลังแม่น้ำเงาล้นตะลิ่งไหลเข้าท่วม เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ล่าสุดสามารถเปิดเส้นทางที่ถูกดินถล่มปิดทับ จนใช้การได้ตามปกติแล้ว แต่ยังต้องเฝ้าระวัง เนื่องจากยังมีฝนตกลงมาอย่างต่อเนื่อง

ส่วนฝนที่ยังตกติดต่อหลายวันในภาคเหนือส่งผลดีกับปริมาณน้ำในเขื่อนสิริกิติ์ จ.อุตรดิตถ์ เขื่อนภูมิพล จ.ตาก และเขื่อนแควน้อยบำรุงแดน จ.พิษณุโลก ที่มีน้ำไหลเข้ามากกว่าน้ำที่ระบายออก ขณะที่กรมอุตุนิยมวิทยารายงานว่า ภาคเหนือจะมีฝนตกร้อยละ 70 ซึ่งทำให้มีน้ำไหลเข้าเขื่อนเพิ่มมากขึ้น แต่พื้นที่ภาคเหนือตอนล่างกลับไม่ได้รับอิทธิพลจากฝนที่ตกมากนักทำให้ศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวงพิเศษ จ.นครสวรรค์ ยังคงขึ้นบินทำฝนเทียมต่อเนื่อง เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยแล้งในพื้นที่ภาคกลาง ลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา เนื่องจากหลายจังหวัดยังไม่มีน้ำทำการเกษตร

เช่นเดียวกับจังหวัดลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยาตั้งแต่ จ.สิงห์บุรี จ.อ่างทอง จ.พระนครศรีอยุธยา ที่ชาวนาส่วนใหญ่ยังเผชิญกับน้ำที่ไม่เพียงพอทำนาขณะที่แม่น้ำเจ้าพระยาแม้เขื่อนตอนบนเริ่มมีปริมาณน้ำมากขึ้นจากฝนที่ตกหนัก แต่การระบายน้ำยังคงระบายในปริมาณเท่าเดิม ทำให้ระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาคงอยู่ในสภาพวิกฤตเช่นเดิม


กลับขึ้นด้านบน