หอการค้าญี่ปุ่นเชื่อครึ่งปีหลังเศรษฐกิจไทยฟื้นหลังรัฐเบิกจ่ายงบอัดฉีด

หอการค้าญี่ปุ่นเชื่อครึ่งปีหลังเศรษฐกิจไทยฟื้นหลังรัฐเบิกจ่ายงบอัดฉีด

หอการค้าญี่ปุ่นเชื่อครึ่งปีหลังเศรษฐกิจไทยฟื้นหลังรัฐเบิกจ่ายงบอัดฉีด

รูปข่าว : หอการค้าญี่ปุ่นเชื่อครึ่งปีหลังเศรษฐกิจไทยฟื้นหลังรัฐเบิกจ่ายงบอัดฉีด

หอการค้าญี่ปุ่นเชื่อครึ่งปีหลังเศรษฐกิจไทยฟื้นหลังรัฐเบิกจ่ายงบอัดฉีด หอการค้าญี่ปุ่นประเมินเศรษฐกิจไทยครึ่งปีแรกแย่ลงจากกำลังซื้อชะลอตัว คาดว่าเศรษฐกิจไทยจะฟื้นตัวได้ช่วงครึ่งปีหลังจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ

นายมาซายาสุ โฮซูมิ ประธานคณะวิจัยเศรษฐกิจหอการค้าญี่ปุ่นในประเทศไทย เปิดเผยผลการสำรวจแนวโน้มทางเศรษฐกิจของบริษัทร่วมทุนญี่ปุ่นในประเทศไทยในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2558 จากกลุ่มตัวอย่างที่เป็นบริษัทสมาชิกของหอการค้าญี่ปุ่นในประเทศ จำนวน 415 บริษัท พบว่าสภาพธุรกิจโดยรวมปรับตัวในทิศทางที่แย่ลงส่งผลให้ดัชนีแนวโน้มเศรษฐกิจติดลบร้อยละ 4 เมื่อกับช่วงครึ่งแรกของปี 2557 เนื่องจากการบริโภคภายในประเทศชะลอตัวจากกำลังซื้อที่ลดลง

ส่วนในช่วงครึ่งปีหลังของปี 2558 เชื่อว่าสภาพธุรกิจจะปรับตัวในทิศทางที่ดีขึ้น ทำให้ดัชนีแนวโน้มเศรษฐกิจเป็นบวกร้อยละ 20 ซึ่งมาจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐ การเร่งรัดเบิกจ่ายงบประมาณในโครงการลงทุน โครงสร้างพื้นฐาน และการส่งออกรถยนต์ที่มีแนวโน้มจะดีขึ้น แม้ว่าในช่วงเดือนที่ผ่านมาการส่งออกรถยนต์จะติดลบเพราะเปลี่ยนรุ่นใหม่ ส่วนข้อเรียกร้องที่มีต่อรัฐบาล ได้แก่ ให้รัฐบาลรักษาเสถียรภาพทางการเมือง  ผลักดันมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ ปรับระบบภาษีศุลกากรและระบบสาธารณูปโภค รวมทั้งผ่อนปรนการประกอบธุรกิจของนักลงทุนต่างประเทศ ตลอดจนรักษาเสถียรภาพของอัตราแลกเปลี่ยน เนื่องจากมีความกังวลเรื่องความผันผวนของค่าเงิน

สำหรับความสนใจในการเข้าลงทุนในเขตเศรษฐกิจพิเศษของนักลงทุนญี่ปุ่น พบว่าส่วนใหญ่ร้อยละ 56 ไม่สนใจขยายการลงทุน เพราะปัจจุบันบริษัทญี่ปุ่นกว่า 4,500 บริษัท ใช้เงินลงทุนในไทยจำนวนมากแล้ว สอดคล้องกับความเห็นของบริษัทญี่ปุ่นที่จะลดการลงทุนในประเทศไทยลงร้อยละ 37 ซึ่งจะมีการติดคามความร่วมมือระหว่างประเทศในอาเซียน โดยเฉพาะประเทศสมาชิกความตกลงหุ้นส่วนยุทธศาสตร์เศรษฐกิจเอเชีย-แปซิฟิก (TPP) ว่าจะมีความน่าสนใจในการลงทุนมากน้อยแค่ไหน

ติดตามข่าวสารผ่านแฟนเพจเฟซบุ๊ค ไทยพีบีเอสออนไลน์
https://www.facebook.com/ThaiPBSNews?ref=hl


กลับขึ้นด้านบน