ค้านทส.แก้ประกาศพื้นที่คุ้มครองสวล.กระบี่ เอื้อโรงไฟฟ้าขนถ่านหินผ่านพื้นที่หญ้าทะเล

ค้านทส.แก้ประกาศพื้นที่คุ้มครองสวล.กระบี่ เอื้อโรงไฟฟ้าขนถ่านหินผ่านพื้นที่หญ้าทะเล

ค้านทส.แก้ประกาศพื้นที่คุ้มครองสวล.กระบี่ เอื้อโรงไฟฟ้าขนถ่านหินผ่านพื้นที่หญ้าทะเล

รูปข่าว : ค้านทส.แก้ประกาศพื้นที่คุ้มครองสวล.กระบี่ เอื้อโรงไฟฟ้าขนถ่านหินผ่านพื้นที่หญ้าทะเล

ค้านทส.แก้ประกาศพื้นที่คุ้มครองสวล.กระบี่ เอื้อโรงไฟฟ้าขนถ่านหินผ่านพื้นที่หญ้าทะเล 9 องค์กรประชาสังคมกระบี่ ยื่นหนังสือถึงรมว.ทรัพยากรธรรมชาติฯ ค้านการปรับแก้ประกาศพื้นที่คุ้มครองสิ่งแวดล้อม จ.กระบี่ เพื่อเอื้อให้โครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินกระบี่ ระบุเป็นพื้นที่คุ้มครองตามประกาศกระทรวง แต่กระทรวงพลังงานเสนอเปลี่ยน ตัวแทนกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติฯ กลับนิ่งเงียบ

วันนี้ (28 ก.ค.2558) เวลา 10.00 น. องค์กรภาคประชาสังคมจังหวัดกระบี่ 9 องค์กร ประกอบด้วย สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวกระบี่ หอการค้าจังหวัดกระบี่ เครือข่ายปกป้องอันดามันจากถ่านหิน เครือข่ายปกป้องพื้นที่ชุ่มน้ำโลก สมาคมคนรักเลกระบี่ กลุ่มอนุรักษ์เมืองกระบี่ กลุ่มปกาสัยร่วมใจพิทักษ์สุขภาพและสิ่งแวดล้อม สมาคมค้าส่งค้าปลีก และ สโมสรไลออนส์กระบี่ นำโดย นายอมฤต ศิริพรจุฑากุล ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวกระบี่ ยื่นหนังสือต่อ รมว.ทรัพยากรธรรมชาติฯ ผ่าน นายวีระศักดิ์ กราปัญจะ ผอ.ส่วนทรัพยากรธรรมชาติ ทสจ.กระบี่ เรื่องขอคัดค้านการปรับแก้ประกาศพื้นที่คุ้มครองสิ่งแวดล้อม จ.กระบี่ เพื่อเอื้อให้โครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินกระบี่

สำหรับหนังสือดังกล่าวมีเนื้อหาระบุว่า ตามที่คณะรัฐมนตรีมีติให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ประกาศกำหนดเขตพื้นที่และมาตรการคุ้มครองสิ่งแวดล้อม ในท้องที่จังหวัดกระบี่ ในการประชุมเมื่อวันที่ 25 พ.ย.2557 แล้วนั้น บัดนี้ระยะเวลาผ่านมา 8 เดือนเศษแล้ว นับเป็นการปฏิบัติราชการล่าช้า จนอาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อพื้นที่สาธารณะที่มีความหลากหลายทางชีวภาพสูง และมีผืนหญ้าทะเลที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย เครือข่ายปกป้องอันดามันจากถ่านหิน ได้ติดตามความพยายามของผู้แทนกระทรวงพลังงาน ในการขอปรับแก้ข้อความให้สามารถสร้างโครงการถ่านหินกระบี่ ในพื้นที่คุ้มครองสิ่งแวดล้อมจังหวัดกระบี่ได้ และผู้แทนของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ซึ่งอยู่ในที่ประชุมก็มิได้คัดค้าน เครือข่ายฯทราบว่า กระทรวงพลังงาน สามารถปรับแก้ข้อความในร่างประกาศฯ โดยเพิ่มข้อความที่เอื้อให้สามารถสร้างโครงการถ่านหินกระบี่ได้

พื้นที่คุ้มครองสิ่งแวดล้อมจังหวัดกระบี่ เป็นพื้นที่ซึ่งสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ ได้มีพระราชดำรัสขอป่าชายเลนไว้กับชาวกระบี่ ตามพระราชดำรัสของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2543 โดยทำป้ายประชาสัมพันธ์ไว้ในพื้นที่ต่างๆในจังหวัดกระบี่ “...อย่างที่กระบี่ ข้าพเจ้าขอกับชาวกระบี่ว่า ป่าไม้ชายเลนนี้อย่าทำลายเลย ขอให้ข้าพเจ้าเถอะ ให้เห็นป่าชายเลยอย่างเดิม เพื่อความยั่งยืนของประเทศไทยเอง” ทำให้ชาวกระบี่ยุติการเผาถ่านและบุกรุกป่าชายเลนเพื่อเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ บัดนี้ผ่านมา 15 ปีแล้ว ทำให้พื้นที่ป่าชายเลนมีความอุดมสมบูรณ์ อีกทั้งที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ชุ่มน้ำที่มีความสำคัญระหว่างประเทศ (Ramsar Site) ซึ่งประเทศไทยมีพันธกรณีที่จะต้องปฏิบัติตามอนุสัญญาข้างต้น พื้นที่นี้ยังมีความหลากหลายทางชีวภาพสูงและเป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์ที่ถูกคุกคามและใกล้สูญพันธุ์

เจตนารมณ์ในการประกาศพื้นที่คุ้มครองสิ่งแวดล้อมนั้น ประกาศเพื่อป้องกันหรือยับยั้งการดำเนินการตามโครงการหรือกิจกรรมที่อาจมีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและอนุรักษ์ บำรุง รักษา คุ้มครอง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ให้อยู่ได้อย่างสมดุลตามระบบนิเวศ ธรรมชาติ และความสมบูรณ์เพื่ออนุชนรุ่นหลังได้ใช้ต่อไปในอนาคต ดังนั้นการแก้ไขข้อความในประกาศพื้นทุ้มครองสิ่งแวดล้อมจังหวัดกระบี่ ที่เอื้อให้การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย สร้างโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหิน จึงขัดกับเจตนารมณ์ที่กระทรวงประกาศไว้ เครือข่ายปกป้องอันดามันจากถ่านหิน จึงขอให้รัฐมนตรีพิจารณาเรื่องดังกล่าวเพื่อเป็นประโยชน์ต่อการคุ้มครองพื้นที่ดังนี้

1.ขอคัดค้านการลงนามในประกาศพื้นที่คุ้มครองสิ่งแวดล้อมจังหวัดกระบี่ ฉบับปรับแก้ เพราะเนื้อหาข้อมูลในประกาศฉบับใหม่เอื้อให้เกิดโครงการก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินกระบี่ ในพื้นที่คุ้มครองสิ่งแวดล้อม และก่อผลกระทบต่อพื้นที่คุ้มครองสิ่งแวดล้อม อีกทั้งในเนื้อหาของประกาศฉบับใหม่ มีเนื้อความแตกต่างจากประกาศพื้นที่คุ้มครองสิ่งแวดล้อม ที่เคยประกาศบังคับใช้ ซึ่งไม่เป็นไปตามพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี พ.ศ.2546

2.เพื่อไม่ให้พื้นที่คุ้มครองสิ่งแวดล้อมจังหวัดกระบี่ ขาดการบังคับใช้ตามกฎหมาย ขอให้ประกาศต่ออายุของประกาศฉบับเดิมไปก่อน เพราะมีเนื้อหาสาระที่เป็นไปตามเจตนารมณ์ในการคุ้มครองสิ่งแวดล้อมที่ดีอยู่แล้ว และถือเป็นภารกิจของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในการคุ้มครองพื้นที่ดังกล่าว

ติดตามข่าวสารผ่านแฟนเพจเฟซบุ๊ค ไทยพีบีเอสออนไลน์
https://www.facebook.com/ThaiPBSNews?ref=hl
 


กลับขึ้นด้านบน