แจงใช้ ม.44 คุมร้านเหล้าไม่กำหนดระยะห่างสถานศึกษา ใช้ดุลพินิจเจ้าหน้าที่

แจงใช้ ม.44 คุมร้านเหล้าไม่กำหนดระยะห่างสถานศึกษา ใช้ดุลพินิจเจ้าหน้าที่

แจงใช้ ม.44 คุมร้านเหล้าไม่กำหนดระยะห่างสถานศึกษา ใช้ดุลพินิจเจ้าหน้าที่

รูปข่าว : แจงใช้ ม.44 คุมร้านเหล้าไม่กำหนดระยะห่างสถานศึกษา ใช้ดุลพินิจเจ้าหน้าที่

แจงใช้ ม.44 คุมร้านเหล้าไม่กำหนดระยะห่างสถานศึกษา ใช้ดุลพินิจเจ้าหน้าที่ ปลัดกระทรวงยุติธรรมยืนยันว่าคำสั่งตามมาตรา 44 ที่ระบุถึงการควบคุมสถานที่ขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ไม่จำเป็นต้องต้องมีการวัดระยะห่างจากสถานศึกษา ขึ้นอยู่กับดุลพินิจและการทำความเข้าใจร่วมกัน ขณะที่กระทรวงสาธารณสุข เตรียมปรับแก้ พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ให้มีการกำหนดรายละเอียดการห้ามขายให้ชัดเจน

นายชาญเชาวน์ ไชยานุกิจ รองปลัดกระทรวงยุติธรรม เปิดเผยถึงการควบคุมสถานบริการหรือสถานประกอบการที่จำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ รวมถึงการขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ใกล้สถานศึกษาตามคำสั่งในมาตรา 44 ว่าไม่จำเป็นต้องวัดระยะห่างของสถานศึกษาและร้านเหล้า แต่ต้องใช้วิธีการพูดคุยกันระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและประชาชนในชุมชน เบื้องต้นกำหนดกรอบเวลา 6 เดือน และประกาศเป็นข้อตกลงร่วมกันบังคับใช้ให้เคร่งครัด

ด้าน พล.ต.ท.ประวุฒิ ถาวรศิริ ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่าคำสั่งที่ออกมาทำให้เจ้าหน้าที่สามารถบังคับใช้กฎหมายได้อย่างเต็มที่ในการใช้อำนาจในการตรวจค้นสถานบริการ การจับกุมที่ง่ายขึ้นและการยับยั้งทั้งสถานบริการ ซึ่งไม่ได้ระบุระยะว่าต้องใกล้เพียงใดจึงมีความผิดขึ้นอยู่กับดุลพินิจของตำรวจที่จะเข้าไปตรวจสอบ

ขณะเดียวกันการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ภายใต้ พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ.2551 ที่บังคับใช้มา 7 ปี คณะกรรมการควบคุมการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ มีมติให้ปรับแก้ พ.ร.บ.ในประเด็นต่างๆ โดย นพ.สมาน ฟูตระกูล ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการควบคุมการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เปิดเผยว่ากฎหมายครอบคลุมเกือบครบทุกเรื่องแต่ยังมีปัญหาการบังคับใช้กฎหมายที่ต้องประสานความร่วมมือระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อให้เกิดการบังคับใช้ที่เข้มแข็ง สำหรับข้อเสนอการปรับแก้กฎหมายในครั้งนี้มีหลายมาตรา เช่น มาตรา 30 เรื่องวิธีการขายจะมีการกำหนดลักษณะการห้ามขายให้มีความชัดเจน จากเดิมที่ห้ามขายในลักษณะเครื่องอัตโนมัติ การขายเร่ การทำโปรโมชั่นส่งเสริมการขาย แต่ปัจจุบันพบว่ามีวิธีการขายแบบใหม่ๆขึ้น เช่น การขายแบบออนไลน์ และการส่งเครื่องดื่มถึงที่ ซึ่งจะมีการกำหนดรูปแบบของการขายให้มีความชัดเจนยิ่งขึ้น นอกจากนี้ยังพบว่าในพื้นที่ต่างจังหวัดมีรูปแบบการขายในลักษณะแบ่งขาย และที่น่าเป็นห่วงคือการขายเป็นยาดองเหล้า ซึ่งพบว่ามีดีกรีแอลกอฮอล์สูงกว่าเบียร์ถึง3เท่า และมีการขายให้กับเด็ก เพราะไม่มีความเข้มงวดในเรื่องอายุของผู้ซื้อ


กลับขึ้นด้านบน