อาร์เซนอล ชนะ เชลซี 1-0 คว้าแชมป์ฟุตบอลคอมมูนิตี้ชิลด์

อาร์เซนอล ชนะ เชลซี 1-0 คว้าแชมป์ฟุตบอลคอมมูนิตี้ชิลด์

อาร์เซนอล ชนะ เชลซี 1-0 คว้าแชมป์ฟุตบอลคอมมูนิตี้ชิลด์

รูปข่าว : อาร์เซนอล ชนะ เชลซี 1-0 คว้าแชมป์ฟุตบอลคอมมูนิตี้ชิลด์

อาร์เซนอล ชนะ เชลซี 1-0 คว้าแชมป์ฟุตบอลคอมมูนิตี้ชิลด์ อเล็กซ์ อ็อกซ์เลด แชมเบอร์เลน ยิงประตูชัยให้ อาร์เซนอล ชนะ เชลซี 1-0 ป้องกันแชมป์คอมมูนิตี้ชิลด์ ได้สำเร็จ

การแข่งขันฟุตบอล คอมมูนิตี้ชิลด์ 2015 ที่สนามเวมบลีย์ เชลซี แชมป์พรีเมียร์ลีก พบ อาร์เซนอล แชมป์เอฟเอคัพ นัดนี้ เชลซี ไม่มีรายชื่อของ ดิเอโก้ คอสต้า ทั้งตัวจริงและตัวสำรอง ส่วนอาร์เซนอล พักนักเตะอย่าง อเล็กซิส ซานเชซ และส่ง ปีเตอร์ เช็ก ลงเฝ้าเสาพบทีมเก่า ครึ่งแรก นาที 24 อาร์เซนอล ได้ประตูนำ 1-0 จากการลากตัดเข้ากลางแล้วยิงของ อเล็กซ์ อ็อกซ์เลด แชมเบอร์เลน โดยเชลซี ครองบอลบุกมากกว่า แต่ อาร์เซนอล ตั้งรับต่ำ ครบ 90 นาที อาร์เซนอล ชนะ เชลซี 1-0 คว้าแชมป์คอมมูนิตี้ 2 สมัยติดต่อกัน และเป็นแชมป์สมัยที่ 14
 
หลังจบการแข่งขัน อาร์แซน เวนเกอร์ หลีกเลี่ยงที่จะเผชิญหน้ากับ โจเซ่ มูรินโญ่ และไม่ยอมจับมือ ซึ่ง มูรินโญ่ ให้สัมภาษณ์ถึงเรื่องนี้บอกว่า เขาทำหน้าที่ของตัวเองในฐานะตัวแทนสโมสรและอาชีพผู้จัดการทีม เขารออยู่ในจุดที่ ถ้าเวนเกอร์มองไม่เห็นก็ต่อเมื่อตั้งใจจะมองไม่เห็น แต่ไม่ใช่เรื่องที่ต้องไปใส่ใจ
 
ส่วนการโยนเหรียญรองแชมป์คอมมูนิตี้ชิลด์ขึ้นไปบนอัฒจันทร์ มูรินโญ่ ให้เหตุผลว่า มันเป็นเหรียญรางวัลสำหรับผู้แพ้ เชลซีเป็นทีมที่ดีกว่า แต่อาร์เซนอลตั้งรับต่ำมาก และมีทีมเวิร์คที่ดี เขาขอแสดงความยินดีด้วย ทั้งนี้ เวนเกอร์ ลบสถิติที่ไม่เคยชนะเชลซีที่มี มูรินโญ่ คุมทีมตลอด 13 นัดที่ผ่านมาได้สำเร็จ
 
ขณะที่การแข่งขันฟุตบอลปรีซีซั่นนัดสุดท้ายของ ลิเวอร์พูล ที่สนามเคาตี้ กราวน์ พบกับ สวินดอน ทาวน์, นัดนี้ เบรนแดน ร็อดเจอร์ส ส่งนักเตะใหม่อย่าง คริสเตียน เบนเตเก กับ โรแบร์โต เฟอร์มิโน ลงเล่นตัวจริงนัดแรก ปรากฏว่า เบนเตเก ยิงประตูขึ้นนำให้ ลิเวอร์พูล ได้ในนาทีที่ 48 แต่นาที 63 สวินดอน ทาวน์ ตีเสมอได้จากลูกยิงของ โจนานธาน โอบิกา ก่อนหมดเวลา 3 นาที ลิเวอร์พูล ได้ประตูชัยจาก ชียี โอโจ ตัวสำรอง จบเกม ลิเวอร์พูล เอาชนะไป 2-1
 
สำหรับการแข่งขันฟุตบอลอินเตอร์เนชั่นแนล แชมเปียนคัพ ที่สนามอาร์เตมิโค ฟรังคี่ ฟิออเรนติน่า พบ บาร์เซโลน่า ที่ยังไม่มี ลิโอเนล เมสซี่ ลงสนาม เพียงแค่ 12 นาที ฟิออเรนติน่า ได้ 2 ประตูนำห่าง 2-0 จากการเหมาคนเดียวของ เฟเดริโก้ เบอร์นาเดชคี่ นาที 17 หลุยส์ ซัวเรซ ยิงตีไข่แตกให้ บาร์เซโลน่า ไล่มาเป็น 1-2 หลังจากนั้น บาร์เซโลน่า มีโอกาสตีเสมอหลายครั้ง แต่ทำไม่สำเร็จ จบเกม ฟิออเรนติน่า ชนะ บาร์เซโลน่า 2-1


กลับขึ้นด้านบน