ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เสนอยกเลิกจ่ายเงินตรงจากภาษีให้ "สสส.-ไทยพีบีเอส"

ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เสนอยกเลิกจ่ายเงินตรงจากภาษีให้ "สสส.-ไทยพีบีเอส"

ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เสนอยกเลิกจ่ายเงินตรงจากภาษีให้ "สสส.-ไทยพีบีเอส"

รูปข่าว : ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เสนอยกเลิกจ่ายเงินตรงจากภาษีให้ "สสส.-ไทยพีบีเอส"

ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เสนอยกเลิกจ่ายเงินตรงจากภาษีให้ รองนายกรัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจทำหนังสือถึงกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ เสนอให้แก้ไขรัฐธรรรมนูญมาตรา 204 ยกเลิกการจ่ายให้กับองค์กรที่ได้รับการจัดสรรจากภาษีโดยตรง เช่น สสส. ไทยพีบีเอส และกองทุนพัฒนาการกีฬาและให้กลับมาใช้เงินในวงเงินงบประมาณแทน

ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล รองนายกรัฐมนตรี ทำหนังสือถึงนายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ ประธานคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ เสนอปรับปรุงแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญในส่วนที่เกี่ยวกับการคลังและงบประมาณ โดยหนึ่งในข้อเสนอ คือ การปรับปรุงมาตรา 204 ซึ่งจะส่งผลกระทบโดยตรงต่อองค์กรอิสระและองค์การมหาชน ที่เดิมได้รับการจัดสรรตรงจากภาษีเหล้า-บุหรี่ เช่น กองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ไทยพีบีเอสและกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ

ข้อเสนอของ ม.ร.ว.ปรีดิยาธร ระบุว่า เป็นไปเพื่อแก้ไขปัญหาการใช้จ่ายที่มีงบประมาณแบบอิสระและไร้การตรวจสอบจากตัวแทนประชาชน โดยต่อไปการใช้จ่าย การก่อหนี้ และภาระผูกพันขององค์กรเหล่านี้ ต้องกระทำผ่านพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการคลังและการงบประมาณภาครัฐ ซึ่งต้องนำเสนอและผ่านความเห็นชอบจากรัฐสภา

นายคำนูณ สิทธิสมาน โฆษกกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ เปิดเผยว่า ได้รับทราบถึงหนังสือดังกล่าวแล้วโดยหลักการเห็นว่า การใช้งบขององค์กรต่าง ๆ ต้องกระทำโดยผ่านวิธีการงบประมาณ หรือผ่าน พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี โดยจะบัญญัติเรื่องดังกล่าวไว้ในบทเฉพาะกาลของรัฐธรรมนูญ

รศ.ณรงค์ เพ็ชรประเสริฐ ประธานกรรมการนโยบายไทยพีบีเอส ระบุถึงข้อเสนอดังกล่าวว่า ไทยพีบีเอสไม่ขัดข้องและพร้อมยอมรับกติกาแต่สิ่งที่อยากตั้งข้อสังเกต คือ การแทรกแซงทีวีสาธารณะของฝ่ายการเมืองที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต หากมีการผูกพันงบประมาณกับการพิจารณาของฝ่ายการเมือง

ด้านนายสกล วรรณพงษ์ ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย ในฐานะผู้จัดการกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ กล่าวว่า หากให้กลับไปใช้งบแผ่นดินเท่ากับจะได้งบประมาณเท่าเดิม 50 ล้านบาท ซึ่งจะทำได้เพียงนำเงินไปเป็นเงินรางวัลให้แก่นักกีฬาเท่านั้น ไม่เพียงพอต่อการพัฒนากีฬาเท่าที่ควร พร้อมระบุว่า ตกใจกับข่าวดังกล่าวเพราะกองทุนฯเพิ่งได้รับรายได้จากการเก็บภาษีปีแรก

ด้าน ทพ.กฤษดา เรืองอารีย์รัชต์ ผู้จัดการ สสส. อธิบายว่า ที่ผ่านมา สสส.จะได้รับเงินจัดสรรจากภาษีจากเหล้า-บุหรี่ ร้อยละ 2 ซึ่งประชาชนเข้าใจผิดเป็นจำนวนมากเพราะคิดว่า เป็นการแบ่งภาษีจากที่รัฐบาลเก็บได้ ซึ่งความเป็นจริงรัฐบาลเก็บภาษีได้ 100 บาท ผู้ประกอบธุรกิจเหล้าและบุหรี่ต้องส่งให้ สสส.อีก 2 บาท รวมเป็น 102 บาท เพราะฉะนั้นเงินที่เข้ากองทุน สสส. และไทยพีบีเอส ไม่ได้ไปแบ่งงบประมาณจากรัฐบาลเลยและหากไปแก้กฎหมายเท่ากับว่าเงินภาษีตรงส่วนนี้อาจเก็บไม่ได้ เป็นการยกประโยชน์ให้บริษัทเหล้าและบุหรี่


กลับขึ้นด้านบน