‘เชียงราย-แม่ฮ่องสอน’ยังจม-ดินโคลนถล่ม ครม.อนุมัติภัยแล้ง 7 พันล.-โคราชแก้น้ำขัง

‘เชียงราย-แม่ฮ่องสอน’ยังจม-ดินโคลนถล่ม ครม.อนุมัติภัยแล้ง 7 พันล.-โคราชแก้น้ำขัง

‘เชียงราย-แม่ฮ่องสอน’ยังจม-ดินโคลนถล่ม ครม.อนุมัติภัยแล้ง 7 พันล.-โคราชแก้น้ำขัง

รูปข่าว : ‘เชียงราย-แม่ฮ่องสอน’ยังจม-ดินโคลนถล่ม ครม.อนุมัติภัยแล้ง 7 พันล.-โคราชแก้น้ำขัง

‘เชียงราย-แม่ฮ่องสอน’ยังจม-ดินโคลนถล่ม ครม.อนุมัติภัยแล้ง 7 พันล.-โคราชแก้น้ำขัง ศูนย์อุตุฯภาคเหนือเตือนปรระวังอันตรายจากน้ำท่วม เชียงราย-แม่ฮ่องสอนยังมีน้ำท่วม ดินโคลนถล่ม เจ้าหน้าที่กรมทรัพยากรน้ำ เร่งผลิตน้ำดื่มชั่วคราว เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัย ในอ.สบเมย ส่วนปัญหาน้ำท่วมขังในตัวเมืองนครราชสีมา พบสาเหตุสำคัญมาจากระบบระบายน้ำ และสิ่งก่อสร้างที่ขวางทางน้ำ นายกฯห่วงน้ำท่วมภาคเหนือ-อีสาน ขณะที่ครม.อนุมัติงบฯกว่า 7 พันล้าน ช่วยเหลือเกษตรกรที่ประสบภัยแล้ง

วานนี้ (4 ส.ค.2558) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่สำนักงานทรัพยากรน้ำภาคที่ 1 กรมทรัพยากรน้ำ เร่งตั้งจุดผลิตน้ำดื่มชั่วคราว เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัย ในพื้นที่อ.สบเมย จ.แม่ฮ่องสอน

ส่วนฝนที่ตกมาเป็นระยะๆ ทำให้ถนนช่วงบ้านแม่คะ แม่หลุย ยังคงมีดินถล่ม ปิดทับตลอดเส้นทางเกือบ 1 กิโลเมตร ทำให้รถลำเลียงถุงยังชีพพระราชทาน มูลนิธิเพื่อนพึ่งพายามยาก สภากาชาดไทย กว่า 20 คัน เดินทางเข้าพื้นที่ด้วยความยากลำบาก เช่นเดียวกับชาวบ้านห้วยเกี๋ยง ต.เวียง อ.เชียงแสน จ.เชียงราย ต้อนสัตว์เลี้ยงขึ้นไปอยู่ที่สูง หลังระดับน้ำโขงเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง จนไหลเข้าท่วมไร่ข้าวโพดและสวนพริกกว่า 100 ไร่

สำนักเจ้าท่าภูมิภาคจังหวัดเชียงราย ระบุว่า ระดับน้ำแม่น้ำโขง มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น พร้อมเตือนประชาชนที่อยู่ริมแม่น้ำ ระมัดระวังและขนย้ายทรัพย์สินขึ้นที่สูง

ด้านศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคเหนือ รายงานว่า ตั้งแต่วันนี้ไปจนถึงวันที่ 9 ส.ค. ภาคเหนือยังคงมีฝนตกหนาแน่น และตกหนักในบางพื้นที่ จึงให้ประชาชนระวังอันตราย จากน้ำท่วมฉับพลัน และน้ำป่าไหลหลาก

ส่วนที่จ.นครพนม นาข้าวที่ต.ท่าบ่อ อ.ศรีสงคราม ถูกน้ำท่วมกว่า 15,000 ไร่ เช่นเดียวกับสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ชุมชนที่ยังไม่คลี่คลาย เนื่องจากแม่น้ำสงคราม ยังคงเอ่อล้นเข้าท่วมถนนเป็นระยะทางเกือบ 10 กิโลเมตร ไม่สามารถใช้สัญจรได้

ขณะที่ฝายน้ำล้นบ้านโนนพัฒนา ต.โสมเยี่ยม อ.น้ำโสม จ.อุดรธานี ถูกน้ำซัดขาดกว้างกว่า 10 เมตร หลังเกิดฝนตกต่อเนื่อง เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้เข้าสำรวจ พร้อมกับแจ้งเตือนชาวบ้าน ที่อาศัยริมน้ำ ให้ระวังกระแสน้ำไหลเชี่ยว ที่อาจกัดเซาะตลิ่งพัง

นอกจากนี้ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ปัญหาน้ำท่วมขังในเขตตัวเมืองนครราชสีมา กำลังเป็นปัญหาใหญ่ที่ทางจังหวัดต้องระดมสมองเพื่อแก้ไขปัญหา โดยพบว่าสาเหตุสำคัญมาจากระบบระบายน้ำที่ทำได้อย่างล่าช้า และการก่อสร้างที่ขวางทางน้ำ

ซึ่งการประชุมหน่วยงานราชการในจังหวัดนครราชสีมา หลังเกิดปัญหาน้ำท่วมขังซ้ำซากเมื่อมีฝนตกหนักในหลายจุดของตัวเมืองนครราชสีมา พบว่าเกิดจากระบบระบายน้ำและการถมที่ดินสูงเพื่อทำบ้านจัดสรร ทำให้น้ำทะลักเข้ามาท่วมบริเวณตลาดเซฟวัน และ ถ.มิตรภาพอย่างหนัก และเกาะกลางถนนมิตรภาพมีความสูง จนน้ำผ่านไม่ได้ นอกจากนี้ฝาท่อมีรูระบายน้ำน้อย ทำให้น้ำไหลลงท่อได้ช้า จึงได้เตรียมเปลี่ยนฝาท่อเป็นตะแกรงเหล็กเพื่อให้น้ำไหลลงท่อได้สะดวก และเปิดฝาท่อระบายน้ำออก เมื่อฝนตก โดยจะให้เจ้าหน้าที่ไปยืนเป็นสัญลักษณ์เพื่อไม่ให้รถตกลงไปในท่อ

ขณะที่สำนักงานชลประทานที่8 นครราชสีมา เปิดเผยว่า สาเหตุน้ำท่วมตลาดเซฟวัน และ ถ.มิตรภาพ ระดับสูง ส่วนใหญ่เป็นมวลน้ำไหลมาจากสนามกีฬาเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา ซึ่งสร้างทับอ่างเก็บน้ำเถลิงพล พื้นที่รับน้ำ ต.สุรนารี ต.ปรุใหญ่ อ.เมืองนครราชสีมาทำให้พื้นที่รับน้ำลดลง ขณะที่เจ้าของตลาดเซฟวันได้ขยายพื้นที่ประกอบการโดยเทพื้นคอนกรีตทั้งหมด 40 ไร่ ทำให้น้ำซึมลงดินไม่ได้ เมื่อฝนตกน้ำจะไหลบ่า ลงถ.มิตรภาพ อย่างรวดเร็ว

นอกจากนี้ยังพบการถมที่ดินขวางเส้นทางน้ำไหลและทับแก้มลิงรับน้ำ อีกทั้งยังมีเศษ หิน ดิน ขยะมูลฝอยวัชพืช ตกค้างอยู่ในท่อระบายน้ำจำนวนมาก ทำให้น้ำไหลไม่สะดวก ทั้งที่คลองน้ำธรรมชาติมีพื้นที่รับน้ำได้อีกมาก ซึ่งทางจังหวัดได้แก้ไข โดยติดตั้งเครื่องสูบน้ำขนาดใหญ่ที่บริเวณเขื่อนคนชุม ลำตะคอง เพื่อระบายน้ำจากบริเวณหมู่บ้านการเคหะแห่งชาติ และสนามกีฬาเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา ลงสู่ลำตะคองได้เร็วขึ้น คาดว่ามาตรการเฉพาะหน้าดังกล่าวจะทำให้ระยะเวลาน้ำท่วมขังในพื้นที่ดังกล่าวระบายเร็วขึ้นไม่เกิน 1 ชั่วโมง และน้ำไม่ท่วมสูง ก็จะเข้าสู่ภาวะปกติ พร้อมประสานห้างสรรพสินค้าเดอะมอลล์ ให้เก็บเศษวัสดุก่อสร้าง ที่ลงไปอุดตันตามท่อระบายน้ำ จนทำให้น้ำท่วมบริเวณถนนมิตรภาพซอย 4ด้วย

ด้าน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ระบุว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี อนุมัติงบประมาณกว่า 7 พันล้านบาท เพื่อดำเนินการจ้างงานและช่วยเหลือเกษตรกร ที่ได้รับผลกระทบจากภัยแล้ง โดยให้กระทรวงมหาดไทย กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ไปดำเนินการดูแล

พร้อมแสดงความเป็นห่วงปัญหาน้ำท่วมในพื้นที่ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จากระดับน้ำในแม่น้ําโขงที่สูงขึ้น แต่ได้ฝากเตือนไปยังทุกจังหวัดว่า อย่ามุ่งการระบายน้ำ จนไม่คำนึงถึงการกักเก็บน้ำไว้ใช้ในช่วงหน้าแล้ง เพราะในอนาคตอาจเกิดสภาวะฝนทิ้งช่วงอีก เนื่องจาก ปรากฏการณ์เอลนินโญ่ พร้อมขอให้ประชาชนติดตามข้อมูลข่าวสารจากหน่วยงานของรัฐอย่างใกล้ชิด

กดถูกใจหน้าเพจ ThaiPBSNews
https://www.facebook.com/ThaiPBSNews?ref=hl


กลับขึ้นด้านบน