"ดุษฎีนิพนธ์" อีกก้าวของการพัฒนาวงการศิลปะ

"ดุษฎีนิพนธ์" อีกก้าวของการพัฒนาวงการศิลปะ

"ดุษฎีนิพนธ์" อีกก้าวของการพัฒนาวงการศิลปะ

รูปข่าว : "ดุษฎีนิพนธ์" อีกก้าวของการพัฒนาวงการศิลปะ

การสร้างงานศิลปะจะโดดเด่นแตกต่างจากผู้เป็นพ่อ "ถวัลย์ ดัชนี" แต่ "ดอยธิเบศร์" ก็ได้อิทธิพลศิลปะแนวพุทธศิลป์และความรักในบ้านเกิดมาไม่ต่างกัน โดยเตรียมนำดุษฎีนิพนธ์ไปพัฒนาจริง พร้อมร่วมกับชุมชนสร้างวิหารห้วัดมุงเมือง วัดประจำตระกูล จ.เชียงราย

การจัดวางภายในที่ใช้เทคนิคสื่อผสมหลายอย่าง แต่ยังคงเอกลักษณ์ของวัดในล้านนาโดยเฉพาะสัตภัณฑ์หรือเชิงเทียนที่ตั้งอยู่ภายในวิหารพระเจ้าหมื่นองค์ วัดมุงเมือง จ.เชียงราย เป็นผลงานดุษฎีนิพนธ์ของ "ดอยธิเบศร์ ดัชนี" ที่ค้นคว้าสร้างงานภายใต้หัวข้อ"ไตรภูมิล้านนา" ซึ่งเขาต้องศึกษาไตรภูมิจากสถาปัตยกรรมในหลายยุค ทั้งอยุธยา ธนบุรีและล้านนา แล้วปรับประยุกต์สร้างเป็นโมเดล นำเสนอทั้งแนวคิดและทฤษฎีทางงานศิลปะในแบบของตนเอง โดยว่าที่ดุษฎีบัณฑิตจะต้องทำให้ได้

ขณะที่อาจารย์ที่ปรึกษา มองเห็นปัญหาที่ต้องแก้ไข อย่างสเกลหรือขนาดในการออกแบบจริง ระยะเวลาในการสร้างที่อาจต้องใช่เวลานานถึง 3 ปี และงบประมาณจำนวนในการซืื้อไม้สักเพื่อสร้างวิหารไม้ที่คงทนและสวยงาม

การเปิดโอกาสให้นำเสนอผลงานโดยมีทั้งอาจารย์ผู้เชี่ยวชาญและรุ่นพี่รุ่นน้องได้ร่วมวิพากษ์วิจารณ์เป็นสิ่งสำคัญในการพัฒนาฝีมือ เหมือนกับผลงาน "เวลาแห่งความสุขสงบ" ซึ่งเป็นภาพพิมพ์หินขนาด 2 เมตร ที่ศิลปินต้องค่อยๆ วาดภาพไล่โทนสีถึง 4 แม่พิมพ์ จนกลายเป็นผืนป่าที่สมบูรณ์ในภาคใต้ นอกจากต้องจัดแสงในห้องจัดแสดงให้มืดลงเพื่อดึงความฟุ้งกระจายนุ่มนวลของเทคนิคประเภทนี้ออกมาแล้ว

สำหรับนักศึกษาปรัชญาดุษฎีบัณฑิตสาขาวิชาทัศนศิลป์รุ่นแรกของมหาวิทยาลัยศิลปากร มีจำนวน 13 คน โดยจะใช้เวลาศึกษาทั้งหมด 3 ปี ซึ่งศิลปินเหล่านี้ไม่เพียงสร้างผลงานเพื่อแสดงทัศนะ หรือสื่อสารกับสังคม แต่หน้าที่สำคัญหลังสำเร็จการศึกษา คือการทำให้ผู้ชมเกิดปัญญาจากงานศิลป์ที่จะช่วยสร้างรากฐานมั่นคงด้านศิลปะให้กับสังคมไทยได้ ทั้งนี้ จะมีการจัดแสดงผลงานไปจนถึงวันที่ 28 เม.ย. ที่ PSG art gallery มหาวิทยาลัยศิลปากร กรุงเทพฯ


กลับขึ้นด้านบน