กลุ่มชนเผ่า 37 ชาติพันธุ์ มอบรางวัลไทยพีบีเอส

กลุ่มชนเผ่า 37 ชาติพันธุ์ มอบรางวัลไทยพีบีเอส

กลุ่มชนเผ่า 37 ชาติพันธุ์ มอบรางวัลไทยพีบีเอส

รูปข่าว : กลุ่มชนเผ่า 37 ชาติพันธุ์ มอบรางวัลไทยพีบีเอส

กลุ่มชนเผ่า 37 ชาติพันธุ์ มอบรางวัลไทยพีบีเอส นับเป็นปีแรกที่มีสมาชิกสภาชนเผ่าพื้นเมืองแห่งประเทศไทย จำนวน 15 คน จากการคัดเลือกกันเองของตัวแทนชนเผ่าพื้นเมืองทั้งหมด 37 กลุ่มชาติพันธุ์ พวกเขาบอกว่า การมีสภาชนเผ่าพื้นเมืองประเทศไทยจะสามารถแก้ปัญหาได้ตรงจุดเพราะประเด็นปัญหาเฉพาะของกลุ่มชาติพันธุ์มีความหลากหลาย การแก้ปัญหาจำเป็นต้องอาศัยความเข้าใจจากฝ่ายนโยบาย และภาครัฐ รวมทั้งผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง เพื่อลบภาพทัศนคติทางลบที่มีต่อกลุ่มชาติพันธุ์ซึ่งสะท้อนถึงปัญหาความเหลื่อมล้ำในสังคมอย่างชัดเจน

วันนี้เป็นวันที่ 2 ของการจัดงาน สมัชชาระดับชาติว่าด้วยสภาชนเผ่าพื้นเมืองประเทศไทย ครั้งที่ 2 และกิจกรรมรณรงค์เนื่องในวันชนเผ่าพื้นเมือง ประจำปี 2558 ซึ่งจัดขึ้นที่ อาคารสถาบัน 3 จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย งานวันนี้มีการมอบรางวัลให้แก่สถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส ในฐานะสื่อมวลชนที่สะท้อนปัญหา และสร้างความเข้าใจต่อกลุ่มชาติพันธุ์และชนเผ่าพื้นเมืองมาโดยตลอด นอกจากนี้ยังมีอีก 4 สื่อ ได้แก่ เนชั่นทีวี สปริงส์นิวส์ เดลินิวส์ และประชาไท ที่ได้รับรางวัลในครั้งนี้

โดยเครือข่ายสื่อชนเผ่าพื้นเมืองได้มอบของที่ระลึกแสดงความขอบคุณนางสาวณาตยา แวววีรคุปต์ บรรณาธิการข่าว กลุ่มรายการข่าววาระทางสังคม สถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส ที่ได้สื่อสารเรื่องราวเกี่ยวกับชนเผ่าพื้นเมืองอย่างต่อเนื่องและนำเสนอเนื้อหาสาระที่เป็นประโยชน์ต่อชนเผ่าพื้นเมือง ส่งเสริมให้สังคมและชนเผ่าพื้นเมืองมีทัศนคติที่ดีต่อกัน

สำหรับสมาชิกสภาชนเผ่าพื้นเมืองแห่งประเทศไทย จำนวน 15 คน ที่ได้มาจากการคัดเลือกกันเองโดยกำหนดสัดส่วนความเสมอภาคของทุกชนเผ่าและกำหนดสัดส่วนชาย หญิง และเยาวชน โดยมีนายสนั่น พันธุ์อุโมงค์ ชนเผ่าไตยอง เป็นประธานสภาชนเผ่าพื้นเมืองแห่งประเทศไทยคนแรก

นฤมล อรุโณทัย นักวิจัยสถาบันวิจัยทางสังคม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย การคัดเลือกประธานและสมาชิกกันเองในลักษณะนี้ ถือว่าเป็นประชาธิปไตยแบบมีส่วนร่วม ที่ชนเผ่าพื้นเมืองมีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาและกำหนดนโยบายสาธารณะด้วยตัวเอง

ก่อนหน้านี้เครือข่ายชนเผ่าพื้นเมืองแห่งประเทศไทย ใช้เวลากว่า 2 ปีในการจัดรับฟังความคิดเห็นและยกร่างพระราชบัญญัติสภาชนเผ่าพื้นเมืองแห่งประเทศไทย จนนำไปสู่การพิจารณาของคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมาย (คปก.) กระทั่งมีคำสั่งของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ระงับการสรรหาและคัดเลือกบุคคลเพื่อเสนอชื่อเป็นกรรมการปฏิรูปกฎหมาย ซึ่งพวกเขาจะหาแนวทางอื่นในการผลักดัน กฎหมายฉบับนี้ต่อไป


กลับขึ้นด้านบน