"คมนาคม" เตรียมปรับลดค่าโดยสารรถ บขส.-รถร่วม 2-3 สตางค์/ กม.มีผล 20 ส.ค.

"คมนาคม" เตรียมปรับลดค่าโดยสารรถ บขส.-รถร่วม 2-3 สตางค์/ กม.มีผล 20 ส.ค.

"คมนาคม" เตรียมปรับลดค่าโดยสารรถ บขส.-รถร่วม 2-3 สตางค์/ กม.มีผล 20 ส.ค.

รูปข่าว : "คมนาคม" เตรียมปรับลดค่าโดยสารรถ บขส.-รถร่วม 2-3 สตางค์/ กม.มีผล 20 ส.ค.

กระทรวงคมนาคม เตรียมเสนอคณะกรรมการควบคุมการขนส่งทางบกกลาง ปรับลดราคาค่าโดยสารรถ บขส. และรถร่วม บขส.อีก 2-3 สตางค์ต่อกิโลเมตร หลังราคาน้ำมันดีเซลลดลง

หลังจากราคาน้ำมันดีเซลปรับที่ลดลงต่อเนื่อง โดยปัจจุบันอยู่ที่ 22.89 บาทต่อลิตร กระทรวงคมนาคมจึงเตรียมพิจารณาปรับลดราคาค่าโดยสารรถสาธารณะ และรถร่วมของบริษัทขนส่ง จำกัด (บขส.) วันนี้ (11 ส.ค.2558) พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า  กระทรวงพลังงานและ ปตท.ได้คาดการณ์แนวโน้มราคาน้ำมันดีเซลตลอดปี 2558 จะอยู่ที่ประมาณลิตรละ 25-26 บาท ส่งผลให้ต้นทุนการเดินรถโดยสารประจำทางหมวด 2 รถ บขส.และรถร่วมบริการ บขส.ที่มีเส้นทางเริ่มต้นจากกรุงเทพมหานครไปยังจังหวัดในส่วนภูมิภาค และหมวด 3 รถ บขส.และรถร่วมบริการ บขส.ที่วิ่งเส้นทางระหว่างจังหวัด หรือวิ่งระหว่างเขตจังหวัดในส่วนภูมิภาคลดลง จึงลดอัตราค่าโดยสารในหมวดที่ 2 และ 3 ได้ประมาณ 2-3 สตางค์ต่อกิโลเมตร ซึ่งกระทรวงคมนาคมจะเสนอให้คณะกรรมการควบคุมการขนส่งทางบกกลางพิจารณาในวันที่ 13 สิงหาคมนี้ ก่อนที่จะประกาศบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 20 สิงหาคมนี้เป็นต้นไป

ส่วนรถโดยสารหมวด 4 เป็นรถสองแถว ซึ่งใช้น้ำมันดีเซล ปัจจุบันกำหนดอัตราค่าโดยสารไว้ที่ 7 บาทตลอดสาย ทั้งนี้ อัตราค่าโดยสารในปัจจุบันยังคงเหมาะสมอยู่จึงไม่มีการปรับเพิ่ม ขณะที่รถขสมก.และร่วมบริการ ขสมก.ก็จะยังไม่มีการปรับอัตราค่าโดยสารเช่นกัน เพราะส่วนใหญ่ก๊าซซีเอ็นจีเป็นหลัก ส่วนการจัดซื้อรถเมล์เอ็นจีวีใหม่ 489 คัน คาดว่าจะลงนามเซ็นสัญญาได้ในวันที่ 16 กันยายนนี้ จากเดิมวันที่ 17 สิงหาคม 2558 เนื่องจากยังอยู่ระหว่างกระบวนการอุทธรณ์คดีความ

ด้านนางสุจินดา เชิดชัย นายกสมาคมผู้ประกอบการรถโดยสารขนส่ง กล่าวว่าพร้อมจะปรับลดค่าโดยสารอัตรากิโลเมตรละ 2-3 สตางค์ แม้ผู้โดยสารส่วนใหญ่เปลี่ยนไปใช้บริการสายการบินต้นทุนต่ำ ทำให้ผู้โดยสารรถทัวร์ลดลงไปประมาณเที่ยวละร้อยละ 70 จึงต้องการให้รัฐช่วยเหลือ โดยงดเว้นการจัดเก็บค่าเที่ยววิ่งของรถทัวร์ที่ไม่สามารถออกวิ่งให้บริการได้  ขอให้รถโดยสารที่ไม่ได้วิ่งให้บริการจำนวนกว่าร้อยละ 80 ของรถทั้งหมดหยุดวิ่งรถได้ โดยไม่ผิดข้อบังคับของกรมการขนส่งทางบก และต้องการให้ บขส.รับซื้อรถจากตนจำนวน 4,000-5,000 คัน จากที่มีอยู่กว่า 8,000 คัน เพื่อไปบริหารต่อ เนื่องจากขณะนี้ไม่สามารถแบกรับภาระต้นทุนการให้บริการต่อไปได้โดยปัจจุบันมีการลดจำนวนรถที่วิ่งให้บริการลง จากเดิมวันละ 10 คัน เหลือประมาณ 3 คันต่อวัน เพื่อลดภาระทุนต้นการให้บริการ


กลับขึ้นด้านบน