รัฐบาลจีนเร่งหาสาเหตุระเบิดใน "เทียนจิน" ยอดผู้เสียชีวิตกว่า 50 บาดเจ็บกว่า 700 คน

รัฐบาลจีนเร่งหาสาเหตุระเบิดใน "เทียนจิน" ยอดผู้เสียชีวิตกว่า 50 บาดเจ็บกว่า 700 คน

รัฐบาลจีนเร่งหาสาเหตุระเบิดใน "เทียนจิน" ยอดผู้เสียชีวิตกว่า 50 บาดเจ็บกว่า 700 คน

รูปข่าว : รัฐบาลจีนเร่งหาสาเหตุระเบิดใน "เทียนจิน" ยอดผู้เสียชีวิตกว่า 50 บาดเจ็บกว่า 700 คน

รัฐบาลจีนเร่งหาสาเหตุระเบิดใน จีนส่งทีมผู้เชี่ยวชาญด้านเคมีของกองทัพเข้าไปในนครเทียนจิน เพื่อหาสาเหตุของเหตุระเบิดรุนแรงในเขตท่าเรืออุตสาหกรรมที่ทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 50 คน และมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีกกว่า 700 คน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เขตท่าเรืออุตสาหกรรมของนครเทียนจิน ทางภาคเหนือของจีนได้รับความเสียหายอย่างหนัก หลังเกิดเหตุระเบิดรุนแรงต่อเนื่อง 2 ครั้ง เมื่อเวลาประมาณ 23.30 น.ของวันที่ 12 ส.ค.2558 ทำให้อาคารที่อยู่รอบจุดที่เกิดเหตุ รวมทั้งตู้คอนเทนเนอร์สินค้าและรถยนต์ใหม่หลายพันคันได้รับความเสียหาย ขณะนี้ยังไม่ทราบสาเหตุแน่ชัดที่ทำให้การการระเบิด ล่าสุด ทางการจีนได้ส่งทีมผู้เชี่ยวชาญด้านเคมีของกองทัพลงพื้นที่เพื่อเร่งหาสาเหตุท่ามกลางกระแสกดดันจากสาธารณชนที่ต้องการคำอธิบายถึงสาเหตุของการระเบิด
 
ส่วนยอดผู้เสียชีวิตล่าสุดเพิ่มเป็น 50 คน ในจำนวนนี้เป็นเจ้าหน้าที่ดับเพลิง 17 นาย และมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีกกว่า 700 คน ในจำนวนนี้ 71 คนมีอาการสาหัส ขณะที่ประชาชนอีกกว่า 3,500 คน ซึ่งไร้ที่อยู่อาศัยจากเหตุระเบิด ต้องเข้าไปอยู่ในศูนย์พักพิงชั่วคราว
 
มีรายงานว่าโกดังสินค้าที่เกิดระเบิดเป็นของบริษัท รุ่ยไห่ โลจิสติกส์ ซึ่งรับจ้างขนส่งวัตถุเคมีมีพิษ รวมทั้งสารโซเดียม ไซยาไนด์ และสารโทลูอีนไดไอโซไซยาเนต โดยก่อนหน้าเหตุระเบิด เจ้าหน้าที่ดับเพลิงระดมกำลังเข้ามาในจุดที่เกิดเหตุแล้ว หลังได้รับแจ้งว่ามีไฟไหม้ตู้คอนเทนเนอร์
 
หัวหน้าสำนักงานพิทักษ์สิ่งแวดล้อมของนครเทียนจินเปิดเผยว่า จากการตรวจสอบระดับมลพิษในอากาศยังไม่เกินค่ามาตรฐานไปมาก ขณะที่มีการปิดจุดระบายน้ำลงสู่ทะเลเพื่อป้องกันการปนเปื้อนของสารเคมีมีพิษ
 
หนังสือพิมพ์พีเพิล เดลี่ ของทางการจีนรายงานว่า เจ้าหน้าที่กู้ภัยกำลังหาทางเคลื่อนย้ายสารโซเดียม ไซยาไนด์ 700 ตันที่เก็บไว้ในบริเวณที่เกิดเหตุระเบิดและได้เตรียมสารไฮโดรเจนเพอร์ออกไซด์ เพื่อใช้ทำลายสารพิษดังกล่าว

กดถูกใจหน้าเพจ ThaiPBSNews
https://www.facebook.com/ThaiPBSNews?ref=hl
 


กลับขึ้นด้านบน