กสท.ทบทวนข้อเรียกร้องผู้ประกอบการดิจิทัลทีวี ถกกรณี ASTVขัดคสช.ซ้ำรอย PeaceTV หรือไม่

กสท.ทบทวนข้อเรียกร้องผู้ประกอบการดิจิทัลทีวี ถกกรณี ASTVขัดคสช.ซ้ำรอย PeaceTV หรือไม่

กสท.ทบทวนข้อเรียกร้องผู้ประกอบการดิจิทัลทีวี ถกกรณี ASTVขัดคสช.ซ้ำรอย PeaceTV หรือไม่

รูปข่าว : กสท.ทบทวนข้อเรียกร้องผู้ประกอบการดิจิทัลทีวี ถกกรณี ASTVขัดคสช.ซ้ำรอย PeaceTV หรือไม่

กสท.ทบทวนข้อเรียกร้องผู้ประกอบการดิจิทัลทีวี ถกกรณี ASTVขัดคสช.ซ้ำรอย PeaceTV หรือไม่ กสท.ทบทวนข้อเรียกร้องของผู้ประกอบการดิจิทัลทีวี โดยคำนึงถึงการแข่งขันอย่างเสรี พร้อมหารือกรณี ASTV ขัดคำสั่งคสช. เหมือนกับกรณีของ PeaceTV หรือไม่ ขณะที่ PeaceTV ถูกร้องซ้ำหลังกลับมาออนแอร์อีกครั้ง

วันนี้ (15 ส.ค.2558) น.ส.สุภิญญา กลางณรงค์ คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เปิดเผยว่า วันจันทร์ที่ 17 ส.ค. 2558 ที่ประชุมคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ (กสท.) ครั้งที่ 27/2558 มีวาระการประชุมน่าจับตา ได้แก่ ข้อเรียกร้องของกลุ่มผู้ประกอบกิจการโทรทัศน์ภาคพื้นดินในระบบดิจิทัล ได้เรียกร้องให้กสทช.ปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายหรือมีมาตรการ เพื่อให้การเปลี่ยนผ่านไปสู่การรับส่งสัญญาณระบบดิจิทัลให้เป็นไปตามยุทธศาสตร์ที่กำหนดในแผนแม่บทกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ฉบับที่ 1 พ.ศ. 2555 – 2559 โดยคำนึงถึงการแข่งขันเสรีอย่างเป็นธรรม และประชาชนผู้ใช้บริการได้รับบริการที่มีคุณภาพ ประสิทธิภาพ รวดเร็ว ถูกต้อง และเป็นธรรม รวมทั้งรับรู้และมั่นใจในการเปลี่ยนมารับชมโทรทัศน์ในระบบดิจิทัลไม่ว่าจะเป็นการแจกคูปองฯ การประชาสัมพันธ์ต่างๆ ตลอดจนการใช้อำนาจหน้าที่ในการกำกับดูแลโครงข่ายทีวีดิจิทัล (MUX)

น.ส.สุภิญญากล่าวว่า จากข้อเรียกร้องของช่องทีวีดิจิทัล เรื่องเร่งด่วนที่ กสทช. ต้องทำตอนนี้คงมี 3-4 ประเด็น คือ 1. ผลักดันการติดตั้งโครงข่ายสถานีเสริมปีที่ 3 ให้เป็นไปตามแผนหลังสถานีหลักเสร็จแล้วในสองปีแรก 2. เสนอ คสช. ให้อนุมัติการแจกคูปองที่เหลือให้ครบ 22 ล้านครัวเรือนตามที่ประกาศไว้ 3. เร่งการประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนเข้าใจการยุติทีวีแอนะล็อกในอีกไม่กี่ปีข้างหน้านี้ อีกทั้งการบังคับใช้กฎหมายและกติกาที่เกี่ยวข้อง เป็นต้น

นอกจากนี้มีวาระเรื่องร้องเรียน กรณีรายการคุยมันส์ทันข่าว ออกอากาศทางรายการช่องรายการ NEWS 1 มีเนื้อหาไม่เหมาะสม เมื่อวันศุกร์ที่ 19 มิ.ย. วันศุกร์ที่ 26 มิ.ย. และวันศุกร์ที่ 14 ก.ค.2558 มีลักษณะการให้ข้อมูลข่าวสารที่ส่อให้เกิดความสับสน ยั่วยุ ปลุกปั่นให้เกิดความขัดแย้ง หรือสร้างให้เกิดความแตกแยกในราชอาณาจักรอันเป็นการต้องห้ามมิให้ออกอากาศ ตามประกาศ คสช. ฉบับที่ 97/57 ฉบับ 103/57 และ แก้ไขเพิ่มเติมฉบับที่ 97/57 ซึ่งมีฐานะเป็นกฎหมาย จึงมีผลเป็นออกอากาศรายการที่มีเนื้อหาสาระที่ขัดต่อบันทึกข้อตกลงกับ กสทช. เมื่อวันที่ 26 ส.ค.2557 ทั้งนี้ คณะอนุกรรมการได้มีการพิจารณาเสนอโทษทางปกครองต่อการออกอากาศรายการดังกล่าว

ทั้งนี้กสท.เตรียมพิจารณาวาระเรื่องร้องเรียนการออกอากาศของ บ.พีซ เทเลวิชั่นส์ จำกัด(ผู้รับใบอนุญาตช่องรายการ Peace TV) ภายหลังได้ออกอากาศอีกครั้งตามคำสั่งศาล เริ่มตั้งแต่วันที่ 21 ก.ค.2558 ได้พบเนื้อรายการที่ไม่เหมาะสมด้านเนื้อหาจากการออกอากาศของรายการเหลียวหลังแลไปข้างหน้าเพื่อประชาธิปไตย เมื่อวันที่ 24 ก.ค.2558 และรายการเข้าใจตรงกันนะ ออกอากาศวันที่ 24 มิ.ย.2558

“กรณี ASTV และ PEACE TV บอร์ด กสท. ควรให้ความเป็นธรรมทั้งคู่ ถ้าเขาติชมวิจารณ์การเมืองทั่วไป ก็ควรปล่อยให้เขาทำได้ ไม่ควรเหมาเป็นว่าขัดความมั่นคงทั้งหมด เว้นแต่ว่ามันเกินขอบเขตชัดเจน อาทิ เป็นการสร้างความเกลียดชัง ละเมิดสิทธิมนุษยชน ยั่วยุความรุนแรงเป็นต้น การพยายามทำให้สื่อปลอดการเมืองร้อยเปอร์เซ็นต์เป็นไปไม่ได้ โดยเฉพาะถ้าเราอยู่ในช่วงการปฏิรูปประเทศ กสทช. ไม่ควรปล่อยให้สภาพสื่อโทรทัศน์เสียสมดุลย์ในการตรวจสอลบวงดุลอำนาจรัฐไปมากกว่านี้” สุภิญญากล่าว

ส่วนวาระอื่นๆ น่าจับตา ได้แก่ วาระการรายงานผลการดำเนินการติดตั้งสถานีวิทยุคมนาคมเพื่อให้บริการโครงข่ายดิจิตอลทีวี วาระองค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทยขอปรับแผนยุติการรับส่งสัญญาณวิทยุโทรทัศน์ในระบบแอนะล็อกของสถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส วาระการพิจารณาข้อหารือของชมรมผู้ประกอบการโครงข่ายดาวเทียมแห่งประเทศไทย

กดถูกใจหน้าเพจ ThaiPBSNews
https://www.facebook.com/ThaiPBSNews?ref=hl


กลับขึ้นด้านบน