กสม.ประณามผู้ก่อเหตุระเบิดราชประสงค์ หวังรัฐบาลคุมสถานการณ์ให้ปกติโดยเร็ว

กสม.ประณามผู้ก่อเหตุระเบิดราชประสงค์ หวังรัฐบาลคุมสถานการณ์ให้ปกติโดยเร็ว

กสม.ประณามผู้ก่อเหตุระเบิดราชประสงค์ หวังรัฐบาลคุมสถานการณ์ให้ปกติโดยเร็ว

รูปข่าว : กสม.ประณามผู้ก่อเหตุระเบิดราชประสงค์ หวังรัฐบาลคุมสถานการณ์ให้ปกติโดยเร็ว

กสม.ประณามผู้ก่อเหตุระเบิดราชประสงค์ หวังรัฐบาลคุมสถานการณ์ให้ปกติโดยเร็ว คณะกรรมการสิทธิมนุษยชน (กสม.) ออกแถลงการณ์ประณามผู้ก่อเหตุระเบิดบริเวณศาลพระพรหม แยกราชประสงค์ วานนี้ (17 ส.ค.) ทำให้มีผู้เสียชีวิต 20 คน และบาดเจ็บ 125 คน พร้อมขอให้รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องควบคุมสถานการณ์ให้เข้าสู่ภาวะปกติ และติดตามตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีโดยเร็ว

วันนี้ (18 ส.ค.2558) คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ออกแถลงการณ์เรื่อง ประณามการใช้ความรุนแรงและละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างร้ายแรงโดยใช้ระเบิดสังหารต่อกลุ่มเป้าหมายประชาชนผู้บริสุทธิ์ในที่ชุมชนบริเวณราชประสงค์

จากเหตุการณ์ความรุนแรงในพื้นที่ชุมชนบริเวณศาลพระพรหม แยกราชประสงค์ กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 17 ส.ค.2558 เวลาประมาณ 19.00 น. โดยผู้ก่อความไม่สงบใช้ระเบิดสังหาร เพื่อมุ่งหมายชีวิตและทรัพย์สินของผู้บริสุทธิ์ จนกระทั่งมีผู้เสียชีวิต จำนวน 20 คน และได้รับบาดเจ็บ จำนวน 125 คน ซึ่งผู้เสียชีวิตส่วนหนึ่งเป็นผู้ที่มาแสวงบุญตามความเชื่อทางศาสนา ตามที่ปรากฏเป็นข่าวโดยทั่วไป

คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ซึ่งมีบทบาทและหน้าที่ในการส่งเสริมการเคารพและปฏิบัติตามหลักสิทธิมนุษยชน เห็นว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเป็นการก่อเหตุในพื้นที่ชุมชน ซึ่งก่อให้เกิดผลกระทบที่รุนแรงต่อประชาชนผู้บริสุทธิ์จำนวนมาก โดยใช้วิธีการที่โหดร้ายทารุณ ไร้มนุษยธรรม อันถือว่าเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างร้ายแรง ในการนี้ จึงขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อผู้เสียชีวิต ผู้ที่ได้รับบาดเจ็บ และครอบครัวของบุคคลดังกล่าวที่ได้รับผลกระทบ ตลอดจนผู้ที่สูญเสียทรัพย์สิน และผู้ที่ได้รับผลกระทบต่อจิตใจมา ณ โอกาสนี้  รวมทั้งขอเรียกร้องและเสนอต่อทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ดังนี้

1. คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ขอประณามการกระทำของผู้ก่อเหตุการณ์ความรุนแรงดังกล่าว และขอเรียกร้องให้ยุติการกระทำที่เป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชน
2. คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติขอเป็นกำลังใจให้รัฐบาล และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการดำเนินการควบคุมสถานการณ์ให้เข้าสู่ภาวะปกติโดยเร็ว ทั้งในเรื่องการดำเนินการสืบสวนและสอบสวน เพื่อหาตัวผู้กระทำความผิดมาลงโทษตามกฎหมาย การดูแลรักษาพยาบาลผู้ที่ได้รับบาดเจ็บ การเยียวยาผู้เสียหาย ผู้บาดเจ็บ และผู้ที่เสียชีวิตจากกรณีเหตุการณ์ความรุนแรงดังกล่าว เพื่อสร้างความเชื่อมั่นทั้งต่อชาวไทยและชาวต่างประเทศ
3. ประชาชนทุกภาคส่วนควรรับฟังข่าวสารจากรัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยตรง หลีกเลี่ยงการส่งต่อข้อมูลต่างๆ ที่ไม่อาจหาแหล่งอ้างอิงได้ เนื่องจากอาจเป็นการสร้างกระแสข่าวให้เกิดความสับสน ตื่นตระหนก รวมทั้งร่วมกันสอดส่องดูแลในการสร้างระบบการดูแลรักษาความสงบเรียบร้อยในพื้นที่ชุมชน ตลอดจนมาตรการต่างๆ ในการเฝ้าระวังและป้องปรามผู้ไม่หวังดีที่ก่อสถานการณ์ความรุนแรงในพื้นที่ชุมชนอย่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติหวังเป็นอย่างยิ่งว่ารัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จะสามารถควบคุมสถานการณ์ให้เข้าสู่ภาวะปกติ  และหาตัวผู้กระทำความผิดมารับโทษตามกฎหมายได้โดยเร็ว รวมทั้งพิจารณามาตรการในการป้องกันเหตุการณ์ความรุนแรง เพื่อสร้างความเชื่อมั่นแก่ประชาชน อันจะนำมาซึ่งความสงบสุขของประเทศต่อไป


กลับขึ้นด้านบน