เจ้าหน้าที่แนะประชาชนใช้น้ำฝนทำเกษตร หลังปริมาณน้ำในเขื่อนภาคเหนือมีน้อยเพียงร้อยละ 11

เจ้าหน้าที่แนะประชาชนใช้น้ำฝนทำเกษตร หลังปริมาณน้ำในเขื่อนภาคเหนือมีน้อยเพียงร้อยละ 11

เจ้าหน้าที่แนะประชาชนใช้น้ำฝนทำเกษตร หลังปริมาณน้ำในเขื่อนภาคเหนือมีน้อยเพียงร้อยละ 11

รูปข่าว : เจ้าหน้าที่แนะประชาชนใช้น้ำฝนทำเกษตร หลังปริมาณน้ำในเขื่อนภาคเหนือมีน้อยเพียงร้อยละ 11

เจ้าหน้าที่แนะประชาชนใช้น้ำฝนทำเกษตร หลังปริมาณน้ำในเขื่อนภาคเหนือมีน้อยเพียงร้อยละ 11 เจ้าหน้าที่ให้ประชาชนใช้น้ำฝนเป็นต้นทุนหลักในการทำการเกษตร หลังพบปริมาณน้ำในเขื่อนขนาดใหญ่ของภาคเหนือยังมีปริมาณน้ำน้อย โดยเฉพาะเขื่อนแม่กวงอุดมธารามีน้ำเพียงร้อยละ 11 ของความจุ เตรียมประเมินพอสำหรับผลิตน้ำประปา-ทำเกษตรฤดูแล้ง ปี 59 หรือไม่ 1 ม.ค. ปีหน้า ขณะที่ 19 เขื่อนขนาดใหญ่ทั่วประเทศมีความจุน้ำน้อยกว่าร้อยละ 30

วันนี้ (18 ส.ค. 2558) ผู้สื่อข่าวรานงานว่า แม้จะมีฝนตกต่อเนื่องในพื้นที่ภาคเหนือ แต่ปริมาณน้ำในเขื่อนแม่กวงอุดมธารา อ.ดอยสะเก็ด จ.เชียงใหม่ ยังมีปริมาณน้อย ล่าสุดมีปริมาณน้ำกักเก็บ 28 ล้าน ลบ.ม. หรือร้อยละ 11 ของความจุ โดยน้ำไหลเข้าเขื่อนเพียง 1 ล้าน ลบ.ม.ต่อวัน ส่งผลให้โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาเขื่อนแม่กวงอุดมธารางดระบายน้ำเพื่อการเกษตร ต่อเนื่องตั้งแต่วันที่ 10 ส.ค. 2558 โดยให้เกษตรกรใช้น้ำฝนเป็นน้ำต้นทุนหลัก

นายสันหพจน์ นันทิทรรภ วิศวกรชลประทานชำนาญการ เขื่อนแม่กวงอุดมธารา กล่าวว่าขณะนี้เขื่อนมีน้ำใช้การได้เพียง 14 ล้าน ลบ.ม. แต่จะเพียงพอสำหรับผลิตน้ำประปาและทำเกษตรในฤดูแล้งปี 2559 หรือไม่ จะประเมินอีกครั้งในวันที่ 1 ม.ค. 2559

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า เช่นเดียวกับเขื่อนภูมิพล อ.สามเงา จ.ตาก ที่มีปริมาณน้ำ 4,259 ล้าน ลบ.ม. หรือร้อยละ 31 ของความจุอ่าง มีน้ำไหลเข้า 24 ล้าน ลบ.ม.ต่อวัน และสามารถระบายน้ำเพื่อการเกษตรได้ 5 ล้าน ลบ.ม.ต่อวัน ทั้งนี้ หากภายใน 2 เดือนข้างหน้า สถานการณ์ยังไม่ดีขึ้นจะส่งผลต่อภาคการเกษตร เนื่องจากต้องแบ่งน้ำจากเขื่อนใช้ไล่น้ำเค็มในแม่น้ำเจ้าพระยาด้วย

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มว่า ล่าสุดน้ำในเขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์ เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน และเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ มีปริมาณน้ำรวมกัน 8,197 ล้าน ลบ.ม. หรือร้อยละ 33 ส่วนอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ที่มีน้ำน้อยกว่าร้อยละ 30 ของความจุ มีทั้งหมด 19 แห่ง


กลับขึ้นด้านบน