ภาพจำลองเหตุการณ์แกะรอยเส้นทาง วางระเบิดบริเวณศาลท้าวมหาพรหม

ภาพจำลองเหตุการณ์แกะรอยเส้นทาง วางระเบิดบริเวณศาลท้าวมหาพรหม

ภาพจำลองเหตุการณ์แกะรอยเส้นทาง วางระเบิดบริเวณศาลท้าวมหาพรหม

รูปข่าว : ภาพจำลองเหตุการณ์แกะรอยเส้นทาง วางระเบิดบริเวณศาลท้าวมหาพรหม

ภาพจำลองเหตุการณ์แกะรอยเส้นทาง วางระเบิดบริเวณศาลท้าวมหาพรหม จากข้อมูลฝ่ายสืบสวนระบุว่าถ้าชายต้องสงสัยในภาพวงจรปิดเป็นคนลงมือวางระเบิดราชประสงค์ เมื่อวันที่ 17 ส.ค.2558 จริง นั่นหมายความว่าเขาใช้เวลาตั้งเริ่มจนจบประมาณ 20 นาที

เมื่อช่วงค่ำของวันที่ 17 ส.ค.2558 เวลา 18.37 น. ผู้ต้องสงสัยนั่งรถตุ๊กตุ๊กมาลงที่หน้าโรงแรมแกรนด์ ไฮแอท เอราวัณ บนถนนราชดำริ ห่างจากศาลท้าวมหาพรหม ประมาณ 50 เมตร น่าสังเกตว่าเขายังไม่เดินมาหน้าศาลทันที เพราะภาพที่กล้องวงจรปิดจับได้อีกครั้งที่หน้าศาลเวลา 18.52 น.โดยไม่มีท่าทีหลบกล้อง แต่คาดว่าเขาน่าอำพรางตัวด้วยวิกผม เขาเดินไปที่ม้านั่งหลังเสาในรั้วศาลท้าวมหาพรหม ถอดกระเป๋าออกมาวางไว้ใต้มานั่ง ลุกขึ้นยืนถ่ายรูป และใช้เวลาไม่ถึง 2 นาที เดินออกจากศาลทิ้งกระเป๋าไว้ มุ่งหน้าไปทางกลับทางหน้าโรงแรม เวลา 18.55 น. ระเบิดทำงาน ทำให้มีผู้เสียชีวิตในที่เกิดเหตุทันที 12 คน มีรายงานว่ากระจกของอาคารแห่งหนึ่งแตกทั้งที่อยู่ไกลกว่า 300 เมตร 
 
ย้อนกลับมาที่ผู้ต้องสงสัย เขายังอยู่ไม่ไกลจากจุดระเบิด และภาพวงจรปิดไม่ปรากฏว่าวิ่งหนี แต่ยังใช้วิธีการ "เดิน" และในเวลา 18.57 น. เขาเดินมุ่งหน้าไปซอยมหาดเล็กหลวง 1 เพื่อขึ้นมอเตอร์ไซค์รับจ้าง เส้นทางหลังจากนี้มีความเป็นไปได้ 2 ทาง ทางแรกเป็นข้อมูลของตำรวจเชื่อว่ามอเตอร์ไซค์รับจ้าง วิ่งผ่านถนนราชดำริ มุ่งหน้าแยกศาลาแดง ตรงไปที่ถนนสีลม ลงจอดที่สีลมซอย 9 ระยะทางรวม 2.6 กิโลเมตร หรืออีกเส้นทางที่ผู้เห็นเหตุการณ์บอกว่ามอเตอร์ไซค์ส่งลงที่แยกสารสิน ใกล้กับจุดจอดรถของสวนลุมพินี และนั่นคือเบาะแสสุดท้ายของผู้ต้องสงสัยรายนี้
 
ผู้เห็นเหตุการณ์ให้ข้อมูลที่น่าสนใจว่าชายต้องสงสัยคุยโทรศัพท์ตลอดเวลาที่นั่งมอเตอร์ไซค์ ที่สำคัญเขาไม่ได้ใช้ภาษาอังกฤษ ขณะนี้ตำรวจกำลังตามหาชายคนนี้แบบปูพรม นอกจากตั้งรางวัลนำจับแล้ว ยังมีคำสั่งว่าถ้าด่านไหนปล่อยให้หลบหนีไปได้ ผู้รับผิดชอบด่านจะถูกสั่งย้าย นอกจากการแกะรอยจากเส้นทางแล้ว การแกะรอยจากรูปแบบการประกอบระเบิดเป็นสิ่งสำคัญในการสอบสวนเสมอ เช่นเดียวกับเหตุระเบิดครั้งนี้
 
เศษวัสดุที่พบในที่เกิดเหตุ ชัดเจนว่าภาชนะที่บรรจุระเบิดเป็นท่อเหล็ก เศษโลหะมีเกลียวคือสิ่งยืนยันการประกอบระเบิดแบบนี้เรียกว่า PIPE BOMB เคยพบในเหตุระเบิดที่สถานีรถไฟฟ้าบีทีเอสเดือน ก.พ.ที่ผ่านมา และที่มีนบุรี เดือน มี.ค.2557 แต่ครั้งนี้แม้จะใช้ภาชนะเหมือนกันแต่ส่วนประกอบอื่นๆ ต่างกันมาก ระเบิดที่คร่าชีวิตผู้คน 20 ชีวิต บาดเจ็บอีกนับร้อย เรียกว่าระเบิดแสวงเครื่องที่ใช้วัตถุระเบิดแรงสูงเป็นดินระเบิดหลัก ขณะนี้ยังไม่ชัดเจนว่าเป็นทีเอ็นที หรือซีโฟร์
 
ในท่อเหล็กอัดแน่นไปด้วย "ดินระเบิดหลัก" ล้วนๆ ไม่มีสารผสมอื่นๆ และลูกเหล็กกลมขนาด 6 มิลลิเมตรนับร้อยลูก นี่คือจุดแตกต่างที่ผู้เชี่ยวชาญวัตถุระเบิดยืนยันว่าไม่เคยพบมาก่อน พิษสงของลูกเหล็กกลมที่เรียกกันว่า บอล แบริ่ง มีแรงทะลุทะลวงสูง ไม่ต่างอะไรกับกระสุนปืนที่สาดออกไปแทบทุกทิศทุกทางตามคลื่นการระเบิด
 
ไฟที่ลุกไหม้นั้นเกิดจากความร้อนในการระเบิด และเก้าอี้อัลลอยที่ผู้ก่อเหตุเอาระเบิดไปซุกไว้ข้างใต้เป็นวัสดุติดไฟ เมื่อแรงระเบิดไปถึงรถจักรยานยนต์ที่มีถังน้ำมันเชื้อเพลิงไวไฟ จึงเกิดการลุกไหม้อย่างรุนแรง แม้ในภาชนะที่บรรจุระเบิดลูกนี้ไม่มีน้ำมันเชื้อเพลิงเป็นส่วนผสม
 
ที่ผ่านมา ระเบิดที่หวังผลก่อกวน แม้จะเป็น PIPE BOMB แต่ภายในจะบรรจุ ดินเทา หรือแอมโมเนียม ไนเตรด น้ำมันดีเซล แล้วใช้ทีเอ็นที หรือซีโฟร์ เป็นดินขยายโดยมีแก๊ปเป็นตัวจุดระเบิด ส่วนที่เป็นสะเก็ดจะใช้เหล็กเส้นตัด หรือตะปู วิธีนี้ได้ผลรุนแรงไม่เปลืองดินระเบิดหลักซึ่งหายาก ในประเทศไทยยังไม่เคยพบการใช้ดินระเบิดหลักแบบเพียวๆ


กลับขึ้นด้านบน