ศุลกากรตั้ง คกก.ตรวจเข้มร้านค้าออนไลน์ขายสินค้าพรีออเดอร์

ศุลกากรตั้ง คกก.ตรวจเข้มร้านค้าออนไลน์ขายสินค้าพรีออเดอร์

ศุลกากรตั้ง คกก.ตรวจเข้มร้านค้าออนไลน์ขายสินค้าพรีออเดอร์

รูปข่าว : ศุลกากรตั้ง คกก.ตรวจเข้มร้านค้าออนไลน์ขายสินค้าพรีออเดอร์

ศุลกากรตั้ง คกก.ตรวจเข้มร้านค้าออนไลน์ขายสินค้าพรีออเดอร์ กรมศุลกากรตั้งคณะกรรมการตรวจสอบร้านค้าออนไลน์ หลังพบว่ารัฐต้องเสียรายได้จากการจัดเก็บภาษีถึงปีละ 200 ล้านบาท ซึ่งเป็นผลมาจากการจำหน่ายสินค้าพรีออเดอร์จากต่างประเทศผ่านโซเชียลมีเดีย โดยเป็นการลักลอบนำเข้าและหลบเลี่ยงการจ่ายภาษี พร้อมยืนยันว่าหากตรวจพบพฤติกรรมดังกล่าวจำเป็นต้องดำเนินคดีทั้งทางแพ่งและทางอาญา

ร้านจำหน่ายสินค้าแบรนด์เนมและของหายากมือสองของว่าที่ ร.ต. ธนานันต์ เวศตัน ร้านนี้ไม่ต้องเสียภาษีนำเข้าสินค้า เพราะเป็นร้านขายสินค้ามือสองหรือทรัพย์ที่ใช้แล้วตามกฎหมาย ซึ่งเจ้าของร้านยืนยันว่า ร้านนี้ดำเนินการจดทะเบียนการเสียภาษีการขายของมือสองอย่างถูกต้อง

ว่าที่ ร.ต.ธนานันต์ เวศตัน กล่าวว่า ร้ายขายกระเป๋ามือสองที่มีหน้าร้านจะมีต้นทุนสูงกว่าของพรีออร์เดอร์มือหนึ่งในโซเชียลมีเดีย เพราะแม้จะไม่ต้องเสียภาษีนำเข้า แต่มีต้นทุนเพิ่มจากการมีหน้าร้านและไม่ได้รับความนิยมเท่าสินค้าที่ยังไม่ผ่านการใช้งาน

ขณะที่นายพชร เจ้าดูรี ผู้ซื้อสินค้าพรีออเดอร์ผ่านโซเชียลมีเดีย ระบุว่า การที่เลือกซื้อสินค้าพรีออเดอร์ผ่านโซเชียลมีเดีย เป็นเพราะชื่นชอบสินค้าดีไซน์จากต่างประเทศที่ไม่สามารถหาซื้อได้จากร้านค้าในเมืองไทย โดยไม่รู้มาก่อนว่าสินค้าพรีออเดอร์บางรายการเป็นสินค้าเลี่ยงภาษี

สินค้าพรีออเดอร์หรือสินค้าสั่งซื้อล่วงหน้า ปัจจุบันพบว่าได้รับความนิยมในการจำหน่ายผ่านโซเชียลมีเดีย โดยเฉพาะสินค้าที่นำเข้าจากต่างประเทศ ซึ่งส่วนใหญ่มีราคาถูกกว่าเพราะไม่ได้เสียภาษีศุลกากรอย่างถูกต้อง

นายจำเริญ โพธิยอด รองอธิบดีกรมศุลกากร เปิดเผยว่า สินค้าทุกชิ้นที่นำเข้าจากต่างประเทศเพื่อการจำหน่ายจะต้องมีการตรวจสอบและเสียภาษีให้ถูกต้อง ซึ่งขณะนี้มีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาตรวจสอบร้านค้าออนไลน์ที่มีพฤติกรรมเข้าข่ายว่ามีการลักลอบนำเข้าสินค้าอย่างเข้มข้นแล้ว

ด้านนายสมเกียรติ ไชยศุภรากุล อุปนายกสมาคมผู้ประกอบการพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ไทย กล่าวว่า อยากให้ผู้ขายสินค้าผ่านร้านค้าออนไลน์ในทุกรูปแบบ เสียภาษีให้ถูกต้องเพราะจะส่งผลดีต่อธุรกิจในระยะยาว

จากข้อมูลของกรมศุลกากร พบว่าปัจจุบันมีผู้ลักลอบนำเข้าสินค้าโดยเป็นการหลบเลี่ยงการจ่ายภาษี ทำให้รัฐต้องสูญเสียรายได้มากกว่าปีละ 200 ล้านบาท ซึ่งผู้ที่กระทำความผิดในการลักลอบนำเข้าจะมีโทษทางศุลกากร ปรับ 4 เท่าของราคาสินค้า ไม่รวมภาษีอากรและอาจต้องรับโทษจำคุกไม่เกิน 10 ปี หรือทั้งจำทั้งปรับ


กลับขึ้นด้านบน