ลงคะแนนสรรหากรรมการสิทธิมนุษยชนฯ ไม่ผ่าน 2 คน-กสม.ชุดเก่าต้องอยู่ต่ออีก 2 เดือน

ลงคะแนนสรรหากรรมการสิทธิมนุษยชนฯ ไม่ผ่าน 2 คน-กสม.ชุดเก่าต้องอยู่ต่ออีก 2 เดือน

ลงคะแนนสรรหากรรมการสิทธิมนุษยชนฯ ไม่ผ่าน 2 คน-กสม.ชุดเก่าต้องอยู่ต่ออีก 2 เดือน

รูปข่าว : ลงคะแนนสรรหากรรมการสิทธิมนุษยชนฯ ไม่ผ่าน 2 คน-กสม.ชุดเก่าต้องอยู่ต่ออีก 2 เดือน

ลงคะแนนสรรหากรรมการสิทธิมนุษยชนฯ ไม่ผ่าน 2 คน-กสม.ชุดเก่าต้องอยู่ต่ออีก 2 เดือน กสม.ชุดเดิมต้องทำงานต่อไปอีก 2 เดือน หลังกรรมการสรรหาพบ 2 ผู้ถูกเสนอชื่อ ได้รับคะแนนไม่ผ่าน ต้องสรรหาใหม่

วันนี้ (20 ส.ค.2558) เวลา 17.05 น. ประธานกรรมาธิการสามัญเพื่อทำหน้าที่ตรวจสอบประวัติผู้สมัครเข้าเป็นกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ แถลงว่า บัดนี้กรรมาธิการได้ตรวจสอบประวัติเสร็จเรียบร้อยแล้ว โดยกำหนดกรอบดำเนินการ และรอบรวมข้อเท็จจริง หลักฐาน มีหนังสือไปยังหน่วยงานต่างๆ เช่นสถาบันการศึกษา หน่วยงานภาครัฐ เปิดรับฟังความเห็น ฯลฯ

จากการดำเนินการเห็นว่า เอกสารประกาศคณะกรรมการสรรหากรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ เรื่องการรับสมัครบุคคลเพื่อเข้ารับการสรรหาเป็นกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ เป็นเอกสารที่ช่วยในการรับสมัครเป็นไปอย่างกว้างขวาง จึงได้แนบเอกสารเข้าที่ประชุม ทั้งนี้กรรมาธิการได้รับเอกสารจากหน่วยงานต่างประเทศถึงความห่วงใย จากนั้นเชิญผู้ที่ได้การเสนอชื่อเพื่อเข้ารับการสรรหาเป็นกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติทั้ง 7 คน เข้าประชุม เพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็น เมื่อวันที่ 7 ส.ค.2558 โดยกำหนดเวลาคนละ 5 นาที

คำถามกลาง ท่านมีประสบการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนเป็นที่ประจักษ์หรือไม่ อย่างไร เอกสารปรากฎในรายงานลับ จากนั้นมีการเสนอขอให้ประชุมลับเห็นว่า เอกสารประกาศคณะกรรมการสรรหากรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ เรื่องการรับสมัครบุคคลเพื่อเข้ารับการสรรหาเป็นกรรมการสรรหากรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ เป็นเอกสารที่ช่วยในการรับสมัคร เป็นไปอย่างกว้างขวาง จึงได้แนบเอกสารเข้าที่ประชุม ทั้งนี้กรรมาธิการ ได้รับเอกสารจากหน่วยงานต่างประเทศถึงความห่วงใย จากนั้นมีการเสนอขอให้ประชุมลับ

ที่ประชุมเห็นชอบ วิธีการออกเสียงคะแนนลับแบบใช้บัตรลงคะแนน จากบัตรลงคะแนนจะมีรายชื่อของผู้ที่ได้รับการเสนอชื่อ (เครื่องหมายถูก) ชื่อบุคคลที่สมควรได้รับการสรรหา (เครื่องหมายกากบาท) ชื่อบุคคลที่ไม่สมควรได้รับการสรรหา ( ) งดออกเสียง โดยใช้หลักเกณฑ์ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550

ทั้งนี้ ให้สมาชิกจำนวน 5 คน ในการตรวจนับคะแนน จำนวนผู้เข้าร่วมประชุม 157 คน ใช้คะแนนเสียงข้างมาก (ทั้งนี้มีการเชิญสื่อมวลชนออกจากห้องประชุม) โดยเริ่มลงคะแนน เวลา 14.49 น.

การดำเนินการตรวจนับคะแนน ดังนี้

1.นางฉัตรสุดา จันทร์ดียิ่ง สมควรได้รับการสรรหา 89 คะแนน ไม่สมควรได้รับการสรรหา 56 คะแนน งดออกเสียง 31 คะแนน
2.นายบวร ยสินทร สมควรได้รับการสรรหา 37 คะแนน ไม่สมควรได้รับการสรรหา 118 คะแนน งดออกเสียง 21 คะแนน
3.นางประกายรัตน์ ต้นธีรวงศ์ สมควรได้รับการสรรหา 126 คะแนน ไม่สมควรได้รับการสรรหา 26 คะแนน งดออกเสียง 24 คะแนน
4.นายวัส ติงสมิตร สมควรได้รับการสรรหา 110 คะแนน ไม่สมควรได้รับการสรรหา 41 คะแนน งดออกเสียง 25 คะแนน
5.รศ.ศุภชัย ถนอมทรัพย์ สมควรได้รับการสรรหา 45 คะแนน ไม่สมควรได้รับการสรรหา 107 คะแนน งดออกเสียง 24 คะแนน
6.นายสุรเชษฐ์ สถิตนิรามัย สมควรได้รับการสรรหา 94 คะแนน ไม่สมควรได้รับการสรรหา 57 คะแนน งดออกเสียง 25 คะแนน
7.นางอังคณา นีละไพจิตร สมควรได้รับการสรรหา 131 คะแนน ไม่สมควรได้รับการสรรหา 28 คะแนน งดออกเสียง 17 คะแนน

อย่างไรก็ตามมีผู้ที่ได้คะแนนสมควรได้รับการสรรหา น้อยกว่า ไม่สมควรได้รับการสรรหา จำนวน 2 คน คือ นายบวร ยสินทร และรศ.ศุภชัย ถนอมทรัพย์ ทำให้ต้องมีการสรรหาเพิ่มเติม โดยให้คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติชุดเดิม ต้องทำงานต่อไปอีก 2 เดือน จนกว่าจะได้คณะกรรมการชุดใหม่ครบตามจำนวน

กดถูกใจหน้าเพจ ThaiPBSNews
https://www.facebook.com/ThaiPBSNews?ref=hl


กลับขึ้นด้านบน