แท็กซี่ยัน “ชายเสื้อเหลือง”เป็นต่างชาติ-พูดไทยได้ ผบ.ตร.ระบุราชประสงค์-สาทรบึ้มชนิดเดียวกัน

แท็กซี่ยัน “ชายเสื้อเหลือง”เป็นต่างชาติ-พูดไทยได้ ผบ.ตร.ระบุราชประสงค์-สาทรบึ้มชนิดเดียวกัน

แท็กซี่ยัน “ชายเสื้อเหลือง”เป็นต่างชาติ-พูดไทยได้ ผบ.ตร.ระบุราชประสงค์-สาทรบึ้มชนิดเดียวกัน

รูปข่าว : แท็กซี่ยัน “ชายเสื้อเหลือง”เป็นต่างชาติ-พูดไทยได้ ผบ.ตร.ระบุราชประสงค์-สาทรบึ้มชนิดเดียวกัน

แท็กซี่ยัน “ชายเสื้อเหลือง”เป็นต่างชาติ-พูดไทยได้ ผบ.ตร.ระบุราชประสงค์-สาทรบึ้มชนิดเดียวกัน เจ้าหน้าที่ยังคงสืบสวนเหตุระเบิดแยกราชประสงค์ต่อเนื่อง ล่าสุดผบ.ตร.ระบุว่ากลุ่มระเบิดแยกราชประสงค์และท่าเรือสาทร เป็นกลุ่มเดียวกัน ยังไม่ตัดประเด็นการก่อเหตุใดๆ ทิ้ง คนขับแท็กซี่ที่รับผู้ต้องสงสัย ยืนยันชายเป็นชาวต่างชาติและพูดภาษาไทยได้

วันนี้ (25 ส.ค.2558) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงความคืบหน้าคดีระเบิดที่แยกราชประสงค์ว่า มีความคืบหน้าดี ทั้งการติดตามตัวผู้ก่อเหตุ การประสานขอความร่วมมือจากต่างประเทศ ขณะเดียวกันยอมรับในความบกพร่องของกล้อง CCTV ที่จะต้องเร่งปรับปรุงแก้ไข นอกจากนี้ได้รับรายงานกรณีที่มีกลุ่มที่อ้างตัวเป็นกลุ่มมุสลิมตูนิเซีย แฮกเว็บไซต์ของหน่วยงานราชการของไทยบางหน่วยงานแล้ว โดยได้สั่งการให้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารเร่งติดตามตรวจสอบว่าเป็นการกระทำของคนไทยหรือชาวต่างชาติ รวมถึงการเตรียมวางมาตรการที่เข้มข้นมากขึ้น

ด้านพล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ปฏิเสธที่จะตอบคำถามกรณีสมาคมผู้สื่อข่าวต่างประเทศแห่งประเทศไทย (FCCT) วิเคราะห์ว่า มีกลุ่มชาวเติร์กเกี่ยวข้องกับเหตุระเบิดแยกราชประสงค์ แต่ระบุว่า การสืบสวนสอบสวนคดีนี้มีความคืบหน้าไปพอสมควร ซึ่งยอมรับว่า ปัญหาสำคัญคือ กล้องวงจรปิดในหลายจุดไม่สามารถใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่มั่นใจว่าผู้ก่อเหตุ มีการกระทำเป็นขบวนการ แบ่งหน้าที่กันชัดเจน และพอจะทราบกลุ่มผู้ก่อเหตุแล้ว แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้ ซึ่งกลุ่มที่ก่อเหตุบริเวณแยกราชประสงค์และท่าเรือสาทรเป็นกลุ่มเดียวกัน เนื่องจากวัตถุพยานหลักฐานที่พบ มีความคล้ายคลึงและเชื่อมโยงกัน ทั้งรูปแบบระเบิด และวัสดุที่ใช้ใกล้เคียงกัน ส่วนมูลเหตุหรือแรงจูงใจ ยังไม่สามารถยืนยันได้ ส่วนจะออกหมายจับผู้ต้องสงสัยคดีระเบิดท่าเรือสาทรได้เมื่อใดนั้น เป็นหน้าที่ของพนักงานสอบสวนในการรวบรวมหลักฐาน ซึ่งตำรวจเร่งดำเนินการอย่างเต็มที่

ผบ.ตร.กล่าวต่อว่า ต้องดำเนินคดีกับนายกวาน ฮอกชุน หรือ แอนโธนี ฮอกชุน ช่างภาพชาวฮ่องกง ในข้อหามีอาวุธในครอบครองโดยไม่มีใบอนุญาต เป็นความผิดตามพ.ร.บ.ควบคุมอาวุธยุทธภัณฑ์ พ.ศ.2530 หลังนำเสื้อเกราะและหมวกกันกระสุน ออกจากประเทศไทย เนื่องจากเสื้อเกราะถือเป็นยุทธภัณฑ์ ซึ่งไม่สามารถมีไว้ในครอบครองได้ ส่วนผลการดำเนินคดีจะเป็นอย่างไรนั้น ขึ้นอยู่กับดุลพินิจของศาล

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันเดียวกัน คนขับรถแท็กซี่ที่รับส่งผู้ต้องสงสัยชายสวมเสื้อเหลือง ที่ก่อเหตุวางระเบิดแยกราชประสงค์ เมื่อวันที่17ส.ค.ที่ผ่านมา เข้าให้การกับเจ้าหน้าที่ตำรวจในฐานะพยาน รวมทั้งนำรถแท๊กซี่ที่ใช้ขับในวันดังกล่าวมาให้เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานตรวจสอบ หลังจากก่อนหน้านี้ได้เข้าให้ปากคำกับพนักงานสอบสวน สน.ลุมพินี เจ้าหน้าที่กองบังคับการตำรวจนครบาล 6 และตำรวจกองปราบปราม เพื่อให้ข้อมูลในคดีด้วย

คนขับรถแท็กซี่ เปิดผยว่า ช่วงเวลาประมาณ 16.00 น. วันเกิดเหตุได้รับชายผู้ต้องสงสัยรายนี้จากย่านศาลาแดง เพื่อไปส่งยังสถานีรถไฟหัวลำโพง บริเวณริมคลองผดุงกรุงเกษม ซึ่งชายคนดังกล่าวได้พูดภาษาไทยในสำเนียงต่างชาติ ซึ่งพิจารณาแล้วไม่ใช่คนไทยอย่างแน่นอน และในระหว่างการเดินทางชายดังกล่าวไม่ได้คุยโทรศัพท์แต่อย่างใด รวมทั้งไม่ได้สังเกตว่าขายคนดังกล่าวนำกระเป๋าเป้ติดตัวมาด้วยหรือไม่ ซึ่งจากเหตุการณ์ดังกล่าวตนไม่ทราบเรื่องเลย เพิ่งมาทราบเรื่องเมื่อเช้าที่ผ่านมา หลังตำรวจได้ประสานมายังพี่สาวของตน เมื่อทราบเรื่องก็ได้เดินทางมาทันที

กดถูกใจหน้าเพจ ThaiPBSNews
https://www.facebook.com/ThaiPBSNews?ref=hl


กลับขึ้นด้านบน