กรมศิลปากรเริ่มบูรณะ "ศาลท้าวมหาพรหม" วันนี้

กรมศิลปากรเริ่มบูรณะ "ศาลท้าวมหาพรหม" วันนี้

กรมศิลปากรเริ่มบูรณะ "ศาลท้าวมหาพรหม" วันนี้

รูปข่าว : กรมศิลปากรเริ่มบูรณะ "ศาลท้าวมหาพรหม" วันนี้

กรมศิลปากรเริ่มบูรณะ วันนี้ (26 ส.ค.2558) สำนักงานช่างสิบหมู่ กรมศิลปากร จะบูรณะซ่อมแซมศาลท้าวมหาพรหมและศาลา หลังได้รับความเสียหายจากเหตุระเบิดบริเวณแยกราชประสงค์ โดยคาดว่าจะแล้วเสร็จภายใน 2 สัปดาห์ ขณะที่ตำรวจเตรียมทดลองการระเบิดทั้งบนบกและในน้ำในสัปดาห์หน้า เพื่อหาความเชื่อมโยงคดีระเบิดทั้งที่ราชประสงค์และท่าเรือสาทร พร้อมยืนยันยินดีรับข้อมูลและหลักฐานเพิ่มเติม

นายสมควร อุ่มตระกุล ผู้อำนวยการสำนักช่างสิบหมู่ กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) กล่าวว่า จะเริ่มลงมือซ่อมแซมองค์พระพรหม ซึ่งได้รับความเสียหายที่คางและมีรอยถลอกจากสะเก็ดระเบิดหลายแห่ง โดยจะต้องปั้นเสริมเข้าไปใหม่ เมื่อปั้นซ่อมแซมในส่วนที่เสียหายเสร็จแล้วจะต้องลงรักและทำการปิดทองใหม่ทั้งองค์เพื่อให้ทองเสมอกัน ขณะที่ช่างประณีตศิลป์จะซ่อมแซมในส่วนของตัวศาลาที่กระจกแตกหักเสียหาย โดยไม่จำเป็นต้องเคลื่อนย้ายองค์พระพรหม แต่จะส่งปฏิมากรและช่างในกลุ่มงานประณีตศิลป์เข้าดำเนินการ

ส่วนความคืบหน้าคดีระเบิดแยกราชประสงค์ สำนักงานพิสูจน์หลักฐานตำรวจนำตัวคนขับรถแท็กซี่ที่รับชายสวมเสื้อเหลืองที่ปรากฏภาพในกล้องวงจรปิดเข้าให้ปากคำ พร้อมให้เจ้าหน้าที่ตรวจหาหลักฐานภายในรถแท็กซี่ เก็บลายนิ้วมือแฝงและหลักฐานต่างๆในรถ เบื้องต้นคนขับรถแท็กซี่ยืนยันว่า ชายที่รับขึ้นรถมาไม่ใช่คนไทยเพราะพูดภาษาไทยไม่ชัด

พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า คดีระเบิดราชประสงค์มีความคืบหน้าไปมาก แต่อาจจะมีอุปสรรคเรื่องภาพวงจรปิดในที่เกิดเหตุ เนื่องจากกล้องไม่ครอบคลุมทุกพื้นที่และมีกล้องหลายตัวที่ชำรุด ทำให้ภาพที่นำมาใช้ในการสืบสวนไม่ต่อเนื่องกัน ส่วนภาพสเก็ตช์ผู้ก่อเหตุวางระเบิดท่าเรือสาทร ทางชุดสืบสวนกำลังดำเนินการซึ่งได้จำกัดวงผู้ต้องสงสัยให้แคบลงแล้ว แต่ยังไม่สามารถตัดประเด็นใดทิ้งได้ สำหรับกรณีสำนักข่าวต่างประเทศรายงานข่าวว่าพบชิ้นส่วนเศษกระเป๋าสีดำที่คาดว่าจะเป็นกระเป๋าที่บรรจุระเบิด ขณะนี้ยังไม่เห็นหลักฐานดังกล่าว แต่ยินดีที่จะรับหลักฐานมาพิจารณาหากมีเหตุผลรองรับที่ชัดเจน เพื่อนำไปประกอบสำนวนคดี

ด้านพล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ ที่ปรึกษาผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวถึงกรณีที่มีรายงานว่ากล้องวงจรปิดในความดูแลของกรุงเทพมหานครเสียหาย โดยระบุว่ารอบพื้นที่เกิดเหตุมีกล้องทั้งหมด 107 ตัว ขณะนั้นมีกล้องชำรุดตามสภาพการใช้งาน 4 ตัวเท่านั้นและได้แก้ไขเรียบร้อยแล้ว สำหรับการสืบสวนคดีต้องดูทั้งพยานหลักฐาน พยานบุคคลและพยานแวดล้อม โดยมีกล้องวงจรปิดเป็นปัจจัยหนึ่งในการสอบสวนเท่านั้น ส่วนกล้องของ กทม.ถือว่ามีมาตรฐานสูงมากในอันดับต้นๆของโลก ซึ่งบางจุดที่กล้องไม่สามารถตรวจภาพได้ชัดเป็นเพราะมุมของกล้องและระยะห่างของการติดตั้ง รวมทั้งกล้องมีหลายประเภทจึงต้องดูว่ากล้องแต่ละประเภทเป็นอย่างไร

ขณะที่พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา รองผู้บัญาการตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า ขณะนี้ได้สั่งการให้ชุดสืบสวนหาพยานหลักฐานเพิ่มเติมโดยเฉพาะกล้องวงจรปิดและสั่งการให้จำลองทำระเบิดจริงๆที่ศาลท้าวมหาพรหมและท่าเรือสาทรทั้งบนบกและในน้ำ เพื่อเทียบเคียงดูอานุภาพของระเบิดเพื่อความรอบคอบทางคดี โดยจะมีการทดสอบที่สนามหุบสบู่ อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี ภายในสัปดาห์หน้า ซึ่งเบื้องต้นมีรายงานการตรวจสอบระเบิดทั้ง 2 จุด คาดว่าจะเป็นระเบิดทีเอ็นที

กดถูกใจหน้าเพจ ThaiPBSNews
https://www.facebook.com/ThaiPBSNews?ref=hl



กลับขึ้นด้านบน