ศาลเดินเผชิญสืบแนวป้องกันหาดชลาทัศน์ ผวจ.สงขลาอ้างรื้อพิสูจน์ว่าปลูกสร้างไม่ถาวร

ศาลเดินเผชิญสืบแนวป้องกันหาดชลาทัศน์ ผวจ.สงขลาอ้างรื้อพิสูจน์ว่าปลูกสร้างไม่ถาวร

ศาลเดินเผชิญสืบแนวป้องกันหาดชลาทัศน์ ผวจ.สงขลาอ้างรื้อพิสูจน์ว่าปลูกสร้างไม่ถาวร

รูปข่าว : ศาลเดินเผชิญสืบแนวป้องกันหาดชลาทัศน์ ผวจ.สงขลาอ้างรื้อพิสูจน์ว่าปลูกสร้างไม่ถาวร

ศาลเดินเผชิญสืบแนวป้องกันหาดชลาทัศน์ ผวจ.สงขลาอ้างรื้อพิสูจน์ว่าปลูกสร้างไม่ถาวร ศาลปกครองสงขลานัดคู่กรณีลงพื้นที่เดินเผชิญสืบบริเวณโครงการป้องกันการแก้ปัญหากัดเซาะชายหาดสมิหลา หาดชลาทัศน์ จ.สงขลา เพื่อหาข้อมูลประกอบการพิจารณาเพิ่มเติม โดยผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลายืนยันว่า มีเจตนาดำเนินโครงการอย่างถูกต้อง แม้จะถูกตั้งข้อสังเกตจากเครือข่ายภาคประชาชนในพื้นที่

วันนี้ (26 ส.ค.2558) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ศาลปกครองสงขลาลงพื้นที่เดินเผชิญสืบบริเวณโครงการป้องกันการกัดเซาะชายหาดสมิหลา หาดชลาทัศน์ อ.เมือง จ.สงขลา พร้อมด้วยนายธำรงค์ เจริญกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในฐานะผู้ถูกฟ้อง รวมถึงเครือข่ายภาคประชาชน จ.สงขลา ในฐานะผู้ฟ้อง

โดยศาลได้สอบถามและพูดคุยกับทั้ง 2 ฝ่าย ซึ่งทางเครือข่ายภาคประชาชนได้นำหลักฐานการที่เจ้าของโครงการคือทาง จ.สงขลา สั่งการให้ผู้รับเหมาเข้ารื้อถอนแท่งคอนกรีต ซึ่งเป็นภาพเหตุการณ์เดียวกันกับที่ทีมข่าวไทยพีบีเอสบันทึกไว้ได้เมื่อช่วงดึกคืนวานนี้ (25 ส.ค.2558) ในภาพแสดงให้เห็นว่า คนงานพร้อมรถแบคโฮกำลังรื้อถอนแท่งปูนคอนกรีตเสริมเหล็กที่ฝังอยู่ใต้พื้นทรายชายหาดชลาทัศน์ เหตุการณ์นี้ถูกตั้งข้อสังเกตจากภาคประชาชนและชาวบ้านในพื้นที่ ว่าอาจเป็นความพยายามเข้ามารื้อถอนโครงสร้างคอนกรีตก่อนที่ศาลจะลงพื้นที่เดินเผชิญสืบวันนี้ (26 ส.ค.2558)

เหตุการณ์นี้เป็นข้อโต้แย้งของคู่กรณี โดยทางผู้ฟ้องยืนยันกับศาลว่า ได้มีการฝังแท่งคอนกรีตลงไปใต้พื้นทรายแล้ว แต่หน่วยงานราชการซึ่งเป็นผู้ถูกฟ้องกลับปฏิเสธ ก่อนจะมาพบว่าในช่วงดึกที่ผ่านมา โดยมีคำสั่งให้ผู้รับเหมาโครงการรื้อแท่งคอนกรีตดังกล่าวออกทั้งหมด

นายธำรงค์ เจริญกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา ระบุกับศาลปกครองสงขลาระหว่างเดินเผชิญสืบว่า เป็นผู้สั่งให้รื้อถอนแท่งคอนกรีต แต่มีเจตนาต้องการให้ศาลเห็นว่าสิ่งที่ดำเนินการไปนั้นไม่ใช่โครงสร้างถาวรหรือมีการตอกเสาเข็ม โครงสร้างทั้งหมดสามารถเคลื่อนย้ายได้และมีการปรับเปลี่ยนแบบให้เหมาะสม จึงไม่เป็นการกระทำที่ผิดกฎหมายที่ต้องผ่านการศึกษารายงานวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม หรืออีไอเอ

ในการเดินเผชิญสืบของศาลปกครองสงขลาวันนี้ เครือข่ายภาคประชาชนยังร้องขอศาลเพิ่มนักวิชาการเพื่อเป็นพยานและยืนยันในข้อมูลของฝั่งผู้ฟ้อง ซึ่งศาลจะพิจารณาอีกครั้ง นอกจากนี้ศาลจะเรียกข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับโครงการฯ เพิ่มเติมจากทั้ง 2 ฝ่ายด้วย

กดถูกใจหน้าเพจ ThaiPBSNews
https://www.facebook.com/ThaiPBSNews?ref=hl



กลับขึ้นด้านบน