กทม.แจงซื้อเสาล้มลุกแพงต้นละกว่า 3 พัน เพราะใช้วัสดุคุณภาพสูงกว่าชนิดที่แพร่ในสื่อออนไลน์

กทม.แจงซื้อเสาล้มลุกแพงต้นละกว่า 3 พัน เพราะใช้วัสดุคุณภาพสูงกว่าชนิดที่แพร่ในสื่อออนไลน์

กทม.แจงซื้อเสาล้มลุกแพงต้นละกว่า 3 พัน เพราะใช้วัสดุคุณภาพสูงกว่าชนิดที่แพร่ในสื่อออนไลน์

รูปข่าว : กทม.แจงซื้อเสาล้มลุกแพงต้นละกว่า 3 พัน เพราะใช้วัสดุคุณภาพสูงกว่าชนิดที่แพร่ในสื่อออนไลน์

กทม.แจงซื้อเสาล้มลุกแพงต้นละกว่า 3 พัน เพราะใช้วัสดุคุณภาพสูงกว่าชนิดที่แพร่ในสื่อออนไลน์ กรุงเทพมหานครชี้แจงการจัดซื้่อเสาล้มลุกที่มีราคาแพงกว่าตลาดทั่วไป เนื่องจากต้องนำเข้าจากต่างประเทศและมีการใช้หลายหน่วยงาน

นายทวีศักดิ์ เลิศประพันธ์ ผู้อำนวยการสำนักการจราจรและขนส่ง กรุงเทพมหานคร ชี้แจงกรณีที่มีการตั้งข้อสังเกตจากสื่อออนไลน์ถึงการจัดซื้อเสาล้มลุกของ กทม.ที่ราคาสูงกว่าตลาดทั่วไปว่าเสาล้มลุกของ กทม.เป็นวัสดุนำเข้าจากต่างประเทศที่มีการใช้งานอย่างแพร่หลาย ทำด้วยโพลียูรีเทน มีความยืดหยุ่นสูง คืนตัวเร็ว ลดแรงกระแทกหากเกิดการชนเพื่อความปลอดภัยของผู้ขับขี่และการจราจร โดยราคาเสาล้มลุกรวมค่าวัสดุติดตั้งและภาษีอยู่ที่ตัวละ 3,200 บาท ซึ่งราคาหน้าเว็บไซต์ที่จำหน่ายในสหรัฐอเมริกา ประมาณ 132 ดอลลาร์สหรัฐหรือประมาณ 4,600 บาท ซึ่งหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการจราจรก็ใช้เสาล้มลุกทำด้วยโพลียูรีเทน เช่น กรมทางหลวง และการทางพิเศษแห่งประเทศไทย เพราะเป็นวัสดุคุณภาพสูงและเป็นวัสดุมาตรฐานที่ใช้งานบนถนนและทางหลวงทั้งในและต่างประเทศ

ผู้อำนวยการสำนักการจราจรและขนส่ง กทม.กล่าวอีกว่าเสาล้มลุกที่นำมาเผยแพร่ในสื่อออนไลน์นั้น ทำจากพลาสติก PVC EVA มีลักษณะคืนตัวช้า ทนความร้อนต่ำกว่าและสีซีดเร็ว หากเกิดการชนจะมีแรงต้านแรง ส่งผลให้รถยนต์และยานพาหนะเสียหาย อันตรายต่อผู้ขับขี่และยานพาหนะที่ตามหลังมาด้วย ส่วนใหญ่จะใช้ตามบ้านเรือน ทำให้ราคาไม่แพงมากนัก

"ราคาในโซเชียลประมาณ 300 บาทต่อชิ้น เป็นวัสดุคนละประเภทที่ กทม.ใช้ เนื่องจากเป็นวัสดุที่ใช้งานในพื้นที่สาธารณะไม่ได้ กทม.เองหลายหน่วยงานไม่ซื้อมาใช้ เพราะลักษณะใช้งานบนพื้นที่ผิวจราจร พื้นที่สาธารณะ เป็นเรื่องของความปลอดภัยของประชาชนเป็นหลัก" ผอ.สำนักการจราจรและขนส่ง กล่าว

ทั้งนี้ กทม.ติดตั้งเสาล้มลุกกระจายตามบริเวณสะพานข้ามแยก ทางลงอุโมงค์และเกาะกลาง เพื่อเตือนผู้ขับขี่และป้องกันไม่ให้ชนกับแบริเออร์ และบริเวณแนวกั้นเส้นแบ่งจราจรบริเวณถนนจตุรทิศเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการกระแทกชนอย่างรุนแรง


กลับขึ้นด้านบน