ภาคท่องเที่ยว-การใช้จ่ายของรัฐขับเคลื่อนศก. แนะรัฐหนุนเอสเอ็มอี-การค้าชายแดนกระตุ้น

ภาคท่องเที่ยว-การใช้จ่ายของรัฐขับเคลื่อนศก. แนะรัฐหนุนเอสเอ็มอี-การค้าชายแดนกระตุ้น

ภาคท่องเที่ยว-การใช้จ่ายของรัฐขับเคลื่อนศก. แนะรัฐหนุนเอสเอ็มอี-การค้าชายแดนกระตุ้น

รูปข่าว : ภาคท่องเที่ยว-การใช้จ่ายของรัฐขับเคลื่อนศก. แนะรัฐหนุนเอสเอ็มอี-การค้าชายแดนกระตุ้น

ภาคท่องเที่ยว-การใช้จ่ายของรัฐขับเคลื่อนศก. แนะรัฐหนุนเอสเอ็มอี-การค้าชายแดนกระตุ้น คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน คาดว่า มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลจะช่วยพยุงการบริโภคภาคเอกชนไม่ให้ชะลอตัวไปมากกว่านี้ พร้อมเสนอมาตรการทางเศรษฐกิจระยะสั้นและระยะกลางกับรัฐบาล

วันนี้ (2 ก.ย.2558) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) สรุปภาวะเศรษฐกิจเดือนกรกฎาคม 2558 พบว่า เศรษฐกิจไทยยังมีภาคการท่องเที่ยวและการใช้จ่ายของภาครัฐเป็นแรงขับเคลื่อน โดยนักท่องเที่ยวขยายตัวต่อเนื่อง ร้อยละ 39 ส่วนการเบิกจ่ายงบประมาณเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยเฉพาะงบลงทุนที่เพิ่มขึ้นร้อยละ 17

นายบุญทักษ์ หวังเจริญ ประธานสมาคมธนาคารไทย กล่าวว่า การบริโภคของภาคเอกชนยังอยู่ในระดับต่ำ ทั้งการใช้จ่ายในสินค้าคงทนและไม่คงทน สอดคล้องกับความเชื่อมั่นที่อยู่ในระดับต่ำเช่นเดียวกัน รวมถึงภาคการส่งออกที่ยังซบเซา เป็นผลจากเศรษฐกิจจีนที่เป็นประเทศคู่ค้าหลักชะลอตัว

สำหรับแพคเก็จมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล 1.3 แสนล้านบาท ภาคเอกชนมองว่า จะช่วยพยุงการบริโภคภาคเอกชนไม่ให้ชะลอตัวลงมาก และช่วยฟื้นฟูความเชื่อมั่นของผู้บริโภค และนักลงทุนภายใต้ภาวะเศรษฐกิจที่ยังเปราะบาง และจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในครึ่งปีหลังให้ดีกว่าครึ่งปีแรก นอกจากนี้ยังเชื่อว่าเศรษฐกิจในปีหน้าจะดีกว่าปีนี้ เนื่องจากโครงการลงทุนต่างๆ ของภาครัฐจะเริ่มมีความชัดเจนมากขึ้น ซึ่งจะช่วยกระตุ้นการลงทุนให้ดีขึ้นได้

กกร.ยังพิจารณาเสนอมาตรการเพิ่มเติม ในการพยุงเศรษฐกิจทั้งระยะสั้นและระยะปานกลาง ซึ่งจะยื่นเสนอผ่าน กรอ.และช่องทางที่เข้าถึงรัฐบาลได้ โดยระยะสั้น จะเสนอให้เพิ่มศักยภาพให้กับเอสเอ็มอี การผลักดันการค้าชายแดนเพื่อช่วยเศรษฐกิจไทย ในช่วงที่การส่งออกชะลอตัว พร้อมทั้งเสนอให้ตั้งทีมเศรษฐกิจของจังหวัดโดยมีผู้แทนจากภาคเอกชนทั้ง 3 สถาบัน เพื่อดูแลเรื่องเศรษฐกิจโดยเฉพาะในจังหวัดนั้นๆ

ส่วนระยะปานกลาง 6-12 เดือน จะเป็นการเสนอให้สร้างความเข้มแข็งของเศรษฐกิจภายในประเทศ การปรับวิธีการสรรหาผู้แทนการค้าไทย สนับสนุนโครงการโปรดักส์แชมป์เปี้ยน และการเพิ่มประสิทธิภาพกระบวนการภาครัฐ

ทั้งนี้กกร.ยังติดตามสถานการณ์จากเหตุระเบิดที่เกิดขึ้น เชื่อว่าจะส่งผลกระทบในระยะสั้น ซึ่งอาจจะทำให้นักท่องเที่ยวหายไปร้อยละ 25 ในช่วงของเดือนที่เกิดเหตุเท่านั้น และเชื่อว่าจะสามารถฟื้นตัวกลับมาเป็นปกติได้ภายใน 2 เดือน

ส่วนตัวเลขทางด้านเศรษฐกิจอื่นๆ กกร.ยังไม่มีการปรับลด โดยจะแถลงอีกครั้งในการประชุมครั้งต่อไปในเดือนก.ย.

ติดตามข่าวสารผ่านแฟนเพจเฟซบุ๊ค ไทยพีบีเอสออนไลน์
https://www.facebook.com/ThaiPBSNews?ref=hl


กลับขึ้นด้านบน