นักวิเคราะห์การเมืองชี้ "พรรคพีเอพี" ต้องสร้างอิทธิพลทางการเมืองในสิงคโปร์

นักวิเคราะห์การเมืองชี้ "พรรคพีเอพี" ต้องสร้างอิทธิพลทางการเมืองในสิงคโปร์

นักวิเคราะห์การเมืองชี้ "พรรคพีเอพี" ต้องสร้างอิทธิพลทางการเมืองในสิงคโปร์

รูปข่าว : นักวิเคราะห์การเมืองชี้ "พรรคพีเอพี" ต้องสร้างอิทธิพลทางการเมืองในสิงคโปร์

นักวิเคราะห์การเมืองชี้ นักวิเคราะห์การเมือง ระบุว่าพรรคกิจประชาชน หรือ พีเอพี ต้องสร้างอิทธิพลทางการเมืองให้แข็งแกร่ง เพื่อการบริหารประเทศที่มีประสิทธิภาพในอนาคต ขณะที่ผู้นำสิงคโปร์เดินทางไปใช้สิทธิ์เลือกตั้งแล้วในช่วงเช้าวันนี้ (11 ก.ย.2558)

นายลี เซียน ลุง นายกรัฐมนตรีสิงคโปร์และผู้นำพรรคกิจประชาชน หรือ พีเอพี เดินทางมาใช้สิทธิ์เลือกตั้งที่คูหาเลือกตั้งในย่านอัง โม เกียว ในช่วงเช้าวันนี้ (11 ก.ย.2558) ท่ามกลางสื่อมวลชนจำนวนมากที่มารอสัมภาษณ์ นายลี เซียน ลุง ระบุว่าการเลือกตั้งครั้งนี้ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของสิงคโปร์

การเลือกตั้งวันนี้เป็นตัวชี้วัดความนิยมของชาวสิงคโปร์ที่มีต่อพรรคพีเอพี หลังจากที่พรรคต้องเผชิญหน้ากับความท้าทายด้านเศรษฐกิจ ทั้งปัญหาราคาที่พักอาศัยและค่าครองชีพที่พุ่งสูงขึ้น รวมทั้งปัญหาผู้อพยพจำนวนมากที่เข้ามาแย่งงานชาวสิงคโปร์ ขณะเดียวกันพรรคฝ่ายค้านกำลังได้รับความนิยมมากขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มคนรุ่นใหม่และผู้ที่มีการศึกษาในสิงคโปร์ เนื่องจากการชูนโยบายสนับสนุนสิทธิเสรีภาพและความโปร่งใส แข่งกับพรรคพีเอพีในการเลือกตั้งครั้งนี้

นายยูจีน ตัน เคง บุน อาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยการจัดการแห่งสิงคโปร์ มองว่าการเลือกตั้งครั้งนี้มีสมาชิกพรรคฝ่ายค้านลงชิงตำแหน่งทุกที่นั่งในสภา ซึ่งถือเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์การเมืองของสิงคโปร์ นับตั้งแต่ได้รับเอกราชเมื่อ 50 ปีก่อน

แม้ว่าพรรคพีเอพีจะครองเสียงข้างมากในการเลือกตั้งครั้งนี้ แต่ประเด็นที่หลายฝ่ายจับตามองคือการรักษาอิทธิพลทางการเมือง ซึ่งถือเป็นประเด็นที่สำคัญ เนื่องจากจะส่งผลกระทบต่อการบริหารงานของรัฐบาลต่อไปอีก 4-5 ปีข้างหน้า โดยพรรคพีเอพีไม่ต้องการสูญเสียเสียงสนับสนุนที่ลดลงอย่างต่อเนื่องจากการเลือกตั้งทั่วไปที่ผ่านมาทั้ง 3 ครั้ง ซึ่งพรรคพีเอพีมีคะแนนเสียงลดลงเฉลี่ยร้อยละ 5 ในการเลือกตั้งแต่ละครั้ง

นอกจากการเลือกตั้งในครั้งนี้จะเป็นการประเมินคะแนนนิยมของประชาชนที่มีต่อพรรคพีเอพีแล้ว ยังเป็นการประเมินผลการบริหารประเทศของนายลี เซียน ลุง ในยุคหลังบิดาถึงแก่อสัญกรรมอีกด้วย

บริดเจ็ท เวลช์ ผู้เชี่ยวชาญประจำศูนย์ศึกษาการเมืองภูมิภาคเอเชียตะวันออก แห่งมหาวิทยาลัยแห่งชาติไต้หวัน ระบุว่า นายลี เซียน ลุง ต้องสร้างอิทธิพลทางการเมืองของตัวเอง โดยไม่อาศัยร่มเงาของนายลี กวน ยู ผู้เป็นบิดาและอดีตนายกรัฐมนตรีสิงคโปร์

นายลี เซียน ลุง วัย 63 ปี เคยระบุไว้ว่า เขาจะตั้งใจยุติบทบาททางการเมืองก่อนอายุ 70 ปี แต่เวลช์มองว่า การส่งต่ออำนาจทางการเมืองภายในพรรคยังไม่ชัดเจน แม้ว่าขณะนี้จะมีนักการเมืองรุ่นใหม่ภายในพรรคพีเอพีที่มีศักยภาพเพียงพอที่จะขึ้นมาดำรงตำแหน่งผู้นำประเทศก็ตาม

ขณะที่หนังสือพิมพ์เดอะสเตรท ไทมส์ ของสิงคโปร์ กลับมองไปไกลถึงขั้นที่ว่านายกรัฐมนตรีคนต่อไปของสิงคโปร์อาจจะมาจากพรรคฝ่ายค้านก็เป็นได้


กลับขึ้นด้านบน