แม่ทัพภาคที่ 2 ย้ำบังคับใช้กฎหมายกับผู้บุกรุกป่า

แม่ทัพภาคที่ 2 ย้ำบังคับใช้กฎหมายกับผู้บุกรุกป่า

แม่ทัพภาคที่ 2 ย้ำบังคับใช้กฎหมายกับผู้บุกรุกป่า

รูปข่าว : แม่ทัพภาคที่ 2 ย้ำบังคับใช้กฎหมายกับผู้บุกรุกป่า

แม่ทัพภาคที่ 2 ย้ำบังคับใช้กฎหมายกับผู้บุกรุกป่า แม่ทัพภาคที่ 2 เดินหน้าตรวจสอบรีสอร์ตและบ้านพักตากอากาศใน อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา ที่บุกรุกป่าตามนโยบายของ คสช. พร้อมย้ำหน่วยงานที่รับผิดชอบบังคับใช้กฎหมายและให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย

พล.ท.ธวัช สุกปลั่ง แม่ทัพภาคที่ 2 เปิดเผยถึงความคืบหน้าการตรวจสอบสนามแข่งรถโบนันซ่าสปีดเวย์ ต.ขนงพระ อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา ว่า ขณะนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องอยู่ระหว่างการรวบรวมหลักฐานเพื่อตรวจสอบพิกัดพื้นที่ของสนามแข่งรถ 166 ไร่ ที่พบว่ารุกล้ำพื้นที่ป่าสงวนและที่ ส.ป.ก.รวมกว่า 100 ไร่ ก่อนจะมีการขอคืนพื้นที่ โดยแม่ทัพภาคที่ 2 ระบุว่า ได้ย้ำให้หน่วยงานที่รับผิดชอบบังคับใช้กฎหมายเป็นหลักและให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย

แม่ทัพภาคที่ 2 ยังระบุอีกว่า นอกจากสนามแข่งรถโบนันซ่าสปีดเวย์แล้ว เจ้าหน้าที่ยังตรวจสอบการบุกรุกป่าเพื่อสร้างบ้านพักตากอากาศและรีสอร์ตในโครงการมูนแดนซ์ ริมถนนธนรัชต์ ทางขึ้นเขาใหญ่ ต.หมูสี อ.ปากช่อง ซึ่งมีเนื้อที่โครงการ 115 แปลง 284 ไร่ โดยมีบ้านของนายสรยุทธ สุทัศนะจินดา รวมอยู่ด้วย 8 ไร่

จากการตรวจสอบพบว่า เป็นที่ดิน ส.ป.ก.และยังไม่ได้มีการจัดสรรให้เกษตรกร จึงถือว่าเป็นการออกโฉนดโดยมิชอบ ซึ่งขณะนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องอยู่ระหว่างการรวบรวมหลักฐานเพื่อเอาผิดกับเจ้าของ พร้อมระบุว่าการบังคับใช้มาตรการทวงคืนผืนป่าของ คสช.ในรอบ 6 เดือน เจ้าหน้าที่สามารถยึดคืนพื้นที่ป่าในภาคตะวันออกเฉียงเหนือได้กว่า 100,000 ไร่ ซึ่งอยู่ใน จ.นครราชสีมา กว่า 90,000 ไร่

ล่าสุดผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา สั่งเพิกถอนการออกเอกสารสิทธิ์ น.ส.3 ก.เนื้อที่ 57 ไร่ของสนามแข่งรถโบนันซ่าสปีดเวย์แล้ว ส่วนที่ดิน ส.ป.ก.ที่พบการบุกรุก 57 ไร่ อยู่ระหว่างการพิจารณาขอคืนพื้นที่หลังพบการบุกรุกจริง


กลับขึ้นด้านบน