นักวิชาการชี้ "ทางเลียบเจ้าพระยา" ทำลายชุมชน-ประวัติศาสตร์ ระบุต้องฟังเสียงประชาชน

นักวิชาการชี้ "ทางเลียบเจ้าพระยา" ทำลายชุมชน-ประวัติศาสตร์ ระบุต้องฟังเสียงประชาชน

นักวิชาการชี้ "ทางเลียบเจ้าพระยา" ทำลายชุมชน-ประวัติศาสตร์ ระบุต้องฟังเสียงประชาชน

รูปข่าว : นักวิชาการชี้ "ทางเลียบเจ้าพระยา" ทำลายชุมชน-ประวัติศาสตร์ ระบุต้องฟังเสียงประชาชน

นักวิชาการชี้ นักวิชาการระบุโครงการสร้างทางเลียบแม่น้ำเจ้าพระยา 14 กม. จะทำลายประวัติศาสตร์ จึงควรฟังเสียงท้วงติงของประชาชนก่อนตัดสินใจ

วันนี้ (12 ก.ย.2558) ที่มหาวิทยาลัยศิลปากร มีการแสดงปาฐกถาพิเศษ "เจ้าพระยา ยศล่มแล้ว ลงฤา" การรณรงค์คัดค้านรูปแบบโครงการทางเลียบแม่น้ำเจ้าพระยา เพื่อรณรงค์คัดค้านรูปแบบโครงการเลียบแม่น้ำเจ้าพระยา รศ.ศรีศักดิ์ วัลลิโภดม นักวิชาการด้านประวัติศาสตร์ ไม่เห็นด้วยกับโครงการนี้ เพราะทำลายวิถีชีวิตชุมชนริมแม่น้ำเจ้าพระยาที่มีประวัติศาสตร์มายาวนาน รวมทั้ง ทำลายภูมิทัศน์ตลอด 2 ฝั่งริมแม่น้ำเจ้าพระยา และขาดการศึกษาข้อมูลอย่างรอบด้าน โดยเฉพาะคุณค่าทางประวัติศาสตร์

นายศรีศักดิ์ วัลลิโภดม นักวิชาการด้านประวัติศาสตร์กล่าวว่า โครงการนี้้จะทำลายวิถีชุมชนริมแม่น้ำเจ้าพระยาที่มีประวัติศาสตร์มายาวนาน รวมทั้งทำลายภูมิทัศน์ 2 ฝั่งริมแม่น้ำ

"ผมไม่อยากโทษ คสช. แต่ผมโทษคนที่ชงโครงการนี้ให้ ซึ่งเป็นความคิดที่ค่อนข้างจะผิดปกติที่คิดว่าทางขนาบน้ำ ทางจักรยาน จะเป็นการเปลี่ยนตลิ่งเป็นถนนคอนกรีต ซึ่งจะทำลายชุมชนทั้งที่อยู่ริมน้ำและที่อยู่ในคลองซอยทั้งหมด" นายศรีศักดิ์กล่าว

นายภราเดช พยัฆวิเชียร นายกสภามหาวิทยาลัยศิลปากร เปิดเผยว่า รัฐบาลควรรับฟังเสียงของประชาชน เปิดโอกาสให้ชุมชนในพื้นที่ มีส่วนร่วมจัดการกับโครงการตามความต้องการของสาธารณะ เพื่อให้เกิดกระบวนการเฝ้าระวังของสังคมและช่วยกันดูแล ไม่ควรดำเนินโครงการอย่างเร่งรีบ

ขณะที่นายสุเมธ ชุมสาย ณ อยุธยา ศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะสถาปัตยกรรม ปี 2541 กล่าวว่า รูปแบบที่มีโครงสร้างเป็นทางเดินคอนกรีตเสริมเหล็ก อาจไม่เอื้อกับความเป็นเมืองน้ำ และกีดขวางทางน้ำ ทำลายทัศนียภาพ จึงเสนอให้ดำเนินการลักษณะเป็นทางเดินลอยน้ำจะเหมาะสมมากกว่า

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับโครงการพัฒนาริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา อยู่ระหว่างดำเนินการจัดจ้างบริษัทที่ปรึกษาโครงการภายในเดือนกันยายนนี้ จากนั้นบริษัทที่ปรึกษา จะใช้เวลาประมาณ 210 วัน ออกแบบให้แล้วเสร็จภายในเดือนมกราคม 2559

ติดตามข่าวสารผ่านแฟนเพจเฟซบุ๊ค ไทยพีบีเอสออนไลน์
https://www.facebook.com/ThaiPBSNews?ref=hl


กลับขึ้นด้านบน