"กลุ่มรักท้องถิ่นบ่อนอก"ค้านสร้างมหาวิทยาลัย ในพื้นที่ป่าชายหาด-เตรียมยื่นหนังสือนายกฯ

"กลุ่มรักท้องถิ่นบ่อนอก"ค้านสร้างมหาวิทยาลัย ในพื้นที่ป่าชายหาด-เตรียมยื่นหนังสือนายกฯ

"กลุ่มรักท้องถิ่นบ่อนอก"ค้านสร้างมหาวิทยาลัย ในพื้นที่ป่าชายหาด-เตรียมยื่นหนังสือนายกฯ

รูปข่าว : "กลุ่มรักท้องถิ่นบ่อนอก"ค้านสร้างมหาวิทยาลัย ในพื้นที่ป่าชายหาด-เตรียมยื่นหนังสือนายกฯ

วันนี้ (15 ก.ย.2558) กลุ่มรักท้องถิ่นบ่อนอกและเครือข่ายประมงพื้นบ้านจังหวัดประจวบขีรีขันธ์ 300 คนจะเข้ายื่นหนังสือถึงพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เรียกร้องการแก้ปัญหาการจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง หลังพบว่าโครงการมหาวิทยาลัยของจังหวัดประจวบคีรีขันธ์จะใช้พื้นที่ชายฝั่งทะเลซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศชายฝั่งที่มีความสมบูรณ์ด้านทรัพยากร

กลุ่มรักท้องถิ่นบ่อนอกระบุว่า การยื่นหนังสือในวันนี้เป็นการแสดงสิทธิพลเมืองในการร่วมจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง เนื่องจากพบว่า มีความพยายามของบุคคลหลายกลุ่มที่จะเข้าไปใช้พื้นที่บริเวณหาดชายคลอง ต.บ่อนอก อ.เมือง จ.ประจวบคีรีขันธ์ โครงการล่าสุดคือโครงการสร้างมหาวิทยาลัยประจวบคีรีขันธ์ซึ่งเป็นแนวคิดของผู้ว่าราชการจังหวัด

ทั้งนี้ ทางกลุ่มรักท้องถิ่นบ่อนอกต้องการให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมประกาศให้ที่ดินสาธารณะคลองชายธง เป็นพื้นที่คุ้มครองทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง และให้ประกาศห้ามการทำประมงหอยจอบ เพราะการคราดหอยเป็นการทำลายแหล่งที่อยู่อาศัยและแหล่งวางไข่ของปลาบางชนิดและหมึก พร้อมทั้งและเรียกร้องให้ออกกฎหมายบังคับการใช้เครื่องมือและวิธีทำประมงให้ชัดเจน

แม้แนวคิดในการก่อสร้างมหาวิทยาลัยประจวบคีรีขันธ์เป็นการพัฒนาคุณภาพการศึกษาแก่คนในพื้นที่ แต่นางกรณ์อุมา พงษ์น้อย ประธานกลุ่มรักท้องถิ่นบ่อนอกมองว่า การก่อสร้างในพื้นที่ที่เป็นฐานทรัพยากรสำคัญ เนื้อที่กว่าพันไร่ อาจส่งผลกระทบต่อผลประโยชน์สาธารณะ วิถีชีวิตชาวประมงพื้นบ้าน ซึ่งเป็นชีวิตของชุมชน จึงขัดต่อเจตนารมย์ในการก่อสร้างมหาวิทยาลัย เพื่อให้เป็นพื้นที่แห่งการเรียนรู้อย่างแท้จริง

"พื้นที่ตรงนี้ เป็นพื้นที่ชุ่มน้ำที่อยู่ชายหาด มีองค์ประกอบทั้งป่าชายเลน ป่าชายหาดและแหล่งรับน้ำ ที่ผ่านมาพื้นที่นี้เคยถูกนักการเมืองและนายทุนท้องถิ่นบุกรุกทำนากุ้ง ชาวบ้านก็ช่วยกันต่อสู้จนพวกเขาต้องออกจากพื้นที่และถูกดำเนินคดี" นางกรณ์อุมากล่าวถึงความพยายามในการอนุรักษ์พื้นที่ป่าชายหาด

"เราไม่ได้คัดค้านการสร้างมหาวิทยาลัยในจังหวัดของเรา เราเห็นดีด้วย และเราก็เชื่อว่าคนในจังหวัดเห็นดีด้วย เพียงแต่เราเห็นว่าพื้นที่ตรงนี้ไม่เหมาะสม เราขอให้ไปหาพื้นที่ใหม ตอนนี้เราไม่รู้ว่าเมื่อชาวบ้านเสนอความเห็นแล้ว ทางจังหวัดฯ จะทำอย่างไรต่อไป เพราะผู้ว่าราชการฯ ก็ใกล้จะเกษียณอายุแล้ว"

ขณะที่ชาวประมงบางส่วนกังวลว่าเมื่อมีการก่อสร้างมหาวิทยาลัยแล้ว ชาวประมงจะถูกไล่ออกจากพื้นที่หรือไม่สามารถทำประมงในบริเวณนี้ได้ 

ด้วยความสำคัญของพื้นที่ซึ่งเป็นเขตอนุรักษ์ป่าชายเลนตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อปี 2530 และ ปี 2543 ที่มีศักยภาพในการฟื้นฟูสภาพป่าชายเลน และสามารถพัฒนาเป็นแหล่งกักเก็บน้ำจืดขนาดใหญ่เพื่อการเกษตร การอุปโภคบริโภคในอนาคตของประชาชนได้ จึงทำให้ประชาชนในพื้นที่อยากให้หน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องได้ทบทวนความถึงความเหมาะสมในการพัฒนาพื้นที่ให้เกิดประโยนช์มากที่สุด


กลับขึ้นด้านบน