"หว่ามก๋อ" อ่อนกำลังเป็นหย่อมความกดอากาศต่ำเคลื่อนปกคลุมภาคกลาง

"หว่ามก๋อ" อ่อนกำลังเป็นหย่อมความกดอากาศต่ำเคลื่อนปกคลุมภาคกลาง

"หว่ามก๋อ" อ่อนกำลังเป็นหย่อมความกดอากาศต่ำเคลื่อนปกคลุมภาคกลาง

รูปข่าว : "หว่ามก๋อ" อ่อนกำลังเป็นหย่อมความกดอากาศต่ำเคลื่อนปกคลุมภาคกลาง

พายุดีเปรสชั่นหว่ามก๋อได้อ่อนกำลังลงเป็นหย่อมความกดอากาศต่ำตั้งแต่เมื่อคืนที่ผ่านมา (15 ก.ย.2558) ปกคลุม จ.นครราชสีมาและบุรีรัมย์ กรมอุตุนิยมวิทยาคาดว่าจะเคลื่อนมาปกคลุมภาคกลางต่อไป แต่ภาคอีสานก็จะยังคงมีฝนตกต่อเนื่อง

พายุลูกนี้ขึ้นฝั่งที่ประเทศเวียดนามตอนกลางเมื่อคืนวันที่ 14 ก.ย.2558 หลังจากนั้นอ่อนกำลังลงและเคลื่อนผ่านประเทศลาวเข้าสู่ จ.อุบลราชธานีเมื่อวานนี้ และตำแหน่งล่าสุดอยู่ที่ จ.บุรีรัมย์ จากเส้นทางพายุของกรมอุตุนิยมวิทยาจะเห็นว่าพายุเปลี่ยนจากตัว D เป็น ตัว L หมายความว่า อ่อนกำลังลงจากพายุดีเปรสชั่นเป็นหย่อมความกดอากาศต่ำ ปกคลุมทั้งภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคตะวันออก ทำให้บริเวณที่หย่อมความกดอากาศต่ำนี้ปกคลุมอยู่จะมีฝนตกได้เรื่อยๆ เส้นทางที่หย่อมความกดอากาศต่ำจะเคลื่อนตัวต่อไปคือ ภาคกลางและภาคตะวันตกต่อไป

สภาพอากาศในเช้าวันนี้ (16 ก.ย.) ยังคงมีฝนตกใน จ.นครราชสีมา บุรีรัมย์ ร้อยเอ็ด บุรีรัมย์ อำนาจเจริญ สกลนคร ยังคงมีฝนตก

พยากรณ์อากาศวันนี้ (16 ก.ย.) กรมอุตุนิยมวิทยาคาดว่าภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ภาคกลาง และภาคตะวันออกจะมีฝนตกเป็นบริเวณกว้างกับมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่งเกิดจากหย่อมความกดอากาศต่ำที่ปกคลุมอยู่ พื้นที่ที่ต้องระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมากและปริมาณฝนสะสมมีอยู่ 18 จังหวัด คือ
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ : อุบลราชธานี ศรีสะเกษ สุรินทร์ บุรีรัมย์ นครราชสีมา ชัยภูมิ
ภาคกลาง: ชัยนาท นครสวรรค์ ลพบุรี สระบุรี
ภาคตะวันออก: นครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว ฉะเชิงเทรา จันทบุรี ตราด และภาคเหนือบางจังหวัด เช่น กำเพชรเพชร และพิจิตร

ฝนที่ตกหนักถึงหนักมาในบางพื้นที่ทำให้ศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติเตือนให้ประชาชนที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัยในจังหวัดอุบลราชธานี ศรีสะเกษ สุรินทร์ บุรีรัมย์ นครราชสีมา ชัยภูมิ  ลพบุรี สระบุรี นครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว ฉะเชิงเทรา จันทบุรีและตราดซึ่งเป็นพื้นที่ที่คาดว่าจะมีฝนตกหนักถึงหนักมากให้ระวังน้ำป่าไหลหลาก ดินโคลนถล่ม น้ำท่วมฉับพลัน และน้ำท่วมขังพื้นที่ราบริมลำน้ำในวันนี้และวันพรุ่งนี้ (16-17 ก.ย.)

 
ชลประทานคาดฝนจาก "หว่ามก๋อ" เติมน้ำในเขื่อน
ฝนตกหนักจากอิทธิพลของดีเปรสชั่นหว่ามก๋อกลายเป็นความหวังของปริมาณน้ำที่จะตกลงมาเติมเขื่อนหลักใน จ.นครราชสีมา ที่กำลังแห้งขอด
 
นายสุทธิโรจน์ กองแก้ว ผู้อำนวยการโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาลำตะคอง จ.นครราชสีมา เปิดเผยว่าสถานการณ์น้ำในเขื่อนลำตะคองยังคงวิกฤตหนักเหลือน้ำที่ใช้การได้เพียง 48 ล้านลูกบาศก์เมตร จึงจำเป็นต้องหยุดระบายน้ำอย่างสิ้นเชิง มีเพียงการสูบน้ำไปใช้ผลิตประปาของ 3 หน่วยงาน เท่านั้น แต่สำนักชลประทานที่ 8 นครราชสีมาคาดว่า อิทธิพลของดีเปรสชั่นหว่ามก๋อที่จะทำให้มีฝนตกหนักในช่วง 3 วันนี้ จะช่วยเติมปริมาณน้ำในเขื่อนขนาดใหญ่ 5 แห่ง ที่ในขณะนี้ เหลือน้ำใช้การได้ 193 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือร้อยละ 19 ของความจุรวม 1,059 ล้านลูกบาศก์เมตร

ส่วนที่จังหวัดอุบลราชธานีมีฝนตกตั้งแต่กลางดึกจนถึงเช้าจากอิทธิพลของดีเปรสชั่น หว่ามก๋อ ทำให้การจราจรติดขัดและเครื่องบินสายการบินนกแอร์เที่ยวบิน ดีดี 9310 จากดอนเมือง ไม่สามารถลงจอดที่สนามบินนานาชาติอุบลราชธานี เพราะอากาศปิด จากเมฆที่ปกคลุมเหนือสนามบิน ทำให้นักบินตัดสินใจนำเครื่องกลับไปลงสนามบินดอนเมือง เพื่อความปลอดภัยของผู้โดยสาร แต่ขณะนี้ สามารถทำการบินมาขึ้นลงได้ตามปกติแล้ว

กทม.รับมือฝนตกหนัก
กรุงเทพมหานครเตรียมรับมือพายุหว่ามก๋อ โดยสำนักระบายน้ำสั่งการเจ้าหน้าที่ เตรียมพร้อมรับมือเฝ้าระวัง 22 จุดอ่อนน้ำท่วม

นายกังวาฬ ดีสุวรรณ ผู้อำนวยการสำนักการระบายน้ำ กรุงเทพมหานคร เตรียมความพร้อมรับพายุโซนร้อน "หว่ามก๋อ" โดยให้เจ้าหน้าที่เฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์ในช่วง 2-3 วันนี้ โดยเฉพาะการพยากรณ์อากาศจากกรมอุตุนิยมวิทยา

เบื้องต้นได้พร่องน้ำในคูคลองไว้หมดแล้ว รวมถึงการเตรียมเครื่องสูบน้ำไว้ประจำจุดต่างๆ แต่ถ้ามีปริมาณฝนตกลงมาอย่างหนักก็จะต้องเร่งระบายให้เร็วที่สุดตามศักยภาพที่มีของ กทม. และหากมีน้ำท่วมขังจะมีการประสานทหารและตำรวจในการดูแลประชาชน

สำหรับพื้นที่จุดอ่อนน้ำท่วม 22 จุดในกรุงเทพฯ ประกอบด้วย 1.ลานพระบรมรูปทรงม้า 2.ถนนราชวิถี 3.ถนนนครไชยศรี 4.ถนนพญาไท 5.ถนนศรีอยุธยา 6.ถนนรัชดาภิเษก 7.ถนนประชาราษฎร์สาย 2 8.ถนนงามวงศ์วาน 9.ถนนแจ้งวัฒนะ 10.ถนนแจ้งวัฒนะ 11.ถนนศรีนครินทร์ 12.ถนนสนามไชย 13.ถนนเจริญกรุง 14.ถนนเยาวราชฝั่งเหนือ 15.ถนนจันทน์ 16.ถนนสวนพลู 17.ถนนบางบอน 1 18.ถนนบางขุนเทียน 19.ถนนประชาอุทิศ 20.ถนนเพชรเกษม 21.ถนนฉิมพลี และ 22.ถนนสุวินทวงศ์


กลับขึ้นด้านบน